็แล้วกัน”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของเจียหลานพลันเปล่งประกายขึ้น เธอเงยหน้ามองหลินชีเยี่ย ดวงตาที่ดูเหมือนบรรจุดวงดาวกะพริบ แล้วยิ้มจนตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว“เฮ้ เหล่าเฉา” ไป๋หลี่พั่งพั่งเข้าไปใกล้เฉาเยวียน พูดด้วยสีหน้าประหลาด “นายรู้สึกไหมว่า……สายตาที่พี่หลานมองชีเยี่ยดูแปลกๆ?”เฉาเยวียนชายตามอง “แปลกตรงไหน?”“จิ๊ ก็คือ ก็คือ……ช่างเถอะ ยังไงนายก็เป็นผู้ชายตรงๆ คงไม่เข้าใจหรอก” ไป๋หลี่พั่งพั่งล้มเลิกความพยายามเฉาเยวียนกลอกตา “นายต้องตระหนักถึงปัญหาหนึ่งนะ”“อะไร?”“ถ้าฉันเป็นผู้ชายตรงๆ ชีเยี่ยก็จะตรงกว่าฉันอีก” เฉาเยวียนพูดอย่างจริงจัง “สิ่งที่ฉันมองไม่เห็น เขายิ่งไม่มีทางมองเห็นหรอก……”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”นายพูดมาก็เหมือนจะมีเหตุผลนะ!ไป๋หลี่พั่งพั่งมองเจียหลานอย่างเห็นใจ แล้วถอนหายใจยาวพี่หลานเอ๋ย หนทางข้างหน้าของเธอยังอีกยาวไกล……ไม่สิ หนทางข้างหน้าของเธอ ยังอีกยาว ยาว ยาว ยาวมากเลยนะ!พวกเขาเดินผ่านถนนที่มีหมอกปกคลุม มาถึงชานเมืองที่ไร้ผู้คน เสียงเครื่องยนต์ดังแว่วมาแต่ไกล รถตู้สีดำคันหนึ่งปรากฏที่ปลายถนน“ทางออกของเรามาแล้ว” หลินชีเยี่ยพูดพลางมองไปที่รถคันหนึ่งรถตู้สีดำค่อยๆ จอดลงตรงหน้าพวกเขา กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง อันชิงอวี๋ที่สวมแว่นตานั่งอยู่ที่นั่งคนขับ ยื่นมือออกมาตบประตูรถเบาๆ พร้อมสะบัดผมอย่างเท่“ขึ้นรถ”ไป๋หลี่พั่งพั่งมองรถตู้เก่าๆ อย่างรังเกียจ “ผมไม่ขึ้นได้ไหม? ดูเหมือนระด