ไรบางอย่าง แต่ถูกเสียงทุ้มหนักนั้นขัดจังหวะเสียก่อนทั้งสองจึงหันไปมองเจียหลานที่นั่งมองอยู่บนพื้นตกใจเล็กน้อย โบกมือเหมือนจะสื่อว่า ‘ไม่มีอะไรเกิดขึ้น’ แล้วยื่นมือออกไปข้างหน้าราวกับจะบอกว่า ‘เชิญแสดงต่อไปได้’“อะแฮ่ม!” ไป๋หลี่พั่งพั่งกระแอมไอ แล้วมองไปยังมอลลี่ “คุณหนู เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”มอลลี่มองเขาแปลกๆ “ไป๋หลี่ถูหมิง นายจำฉันไม่ได้เหรอ?”“ใครคือไป๋หลี่ถูหมิง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอามือไพล่หลัง มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสงบ กล่าวว่า “ผมคือแม่ทัพเทียนเผิง”มอลลี่ยื่นมือออกไป ตั้งใจจะเปิดหน้ากากของไป๋หลี่พั่งพั่ง แต่จู่ๆ เขาก็คว้าข้อมือของเธอไว้เมื่อมอลลี่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ข้อมือ เธอก็ชะงักอยู่กับที่ใต้แสงจันทร์สลัว ดวงตาคู่นั้นใต้หน้ากากของไป๋หลี่พั่งพั่งจ้องมองมอลลี่อย่างลึกซึ้ง เขาค่อยๆ เอ่ยว่า“เธอหวังให้ผมเป็นเทียนเผิง หรือว่า……ไป๋หลี่ถูหมิง?’กร๊อบ!!เสียงกระดูกหักดังมาแต่ไกลเจียหลานหันไปมองคนทั้งสอง ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มือของเธอดึงเทปกาวเส้นหนึ่งไว้ กำลังพันแขนของซุนหลวนที่หมดสติอย่างแน่นหนาเฉาเยวียนที่อยู่ข้างๆ มุมปากกระตุกอย่างบ้าคลั่ง “เจียหลาน เบาๆ หน่อย แขนของเขาดูเหมือนจะถูกเธอหักไปแล้ว…”เจียหลานชะงัก ก้มลงมองแขนของซุนหลวนที่เริ่มผิดรูปไปบ้างแล้ว จึงรีบคลายเทปกาวออกอย่างลนลาน แล้วหันไปมองทั้งคู่อีกครั้ง‘มองฉันทำไม? ต่อสิ!’ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”แก้มของมอลลี่เริ่มแด