ี้ สีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งก็เศร้าลงทันที รู้สึกเสียดายวัตถุต้องห้าม แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของตัวเองเขาก็ยังเต็มใจที่จะสละทรัพย์เพื่อพ้นภัยเฉาเยวียนออกแรงผลักประตูสีดำนั้นให้เปิดออก กลิ่นอายเย็นเยียบและหนาวเหน็บพุ่งออกมาปะทะใบหน้าหลินชีเยี่ยแบกเจียหลาน รีบเคลื่อนตัวไปตามแผ่นหินลอยฟ้า มุ่งหน้าไปยังมหาวิหารสีแดงเหนือศีรษะเขาหรี่ตามองไปยังยอดมหาวิหาร เห็นคนกระดาษหนาแน่นล้อมรอบบนท้องฟ้า และราชินีมดที่หลบอยู่บนยอดวิหารคอยยั่วยุคนกระดาษ……“มันรู้ว่าคนกระดาษไม่กล้าเข้ามาในบริเวณมหาวิหาร จึงไม่กลัวอะไรเลย” หลินชีเยี่ยมองทะลุความจริงในพริบตา “ก็ใช่ ตั้งแต่สองปีก่อนที่มันลงมาในเมืองผีเฟิงตู ตอนนั้นมันคงจะมองกฎเกณฑ์บางอย่างของที่นี่ออกแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางหนีออกไปสู่โลกภายนอกได้”เจียหลานจ้องมองราชินีมดบนยอดวิหาร ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามอย่างลองเชิง “……ฆะ… ฆ่า… มัน……?”หลินชีเยี่ยพยักหน้า “พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อฆ่ามัน”เจียหลานคิดสักครู่ แล้วยื่นมือไปหยิบคันธนูไม้เนื้อแข็งสีเหลืองอ่อนจากด้านหลัง ดึงลูกธนูออกมาหนึ่งดอกจากแล่งธนู วางมันลงบนคันธนู นิ้วเรียวบางดึงสายธนู ค่อยๆ โก่งธนูจนสุด……หลินชีเยี่ยเห็นภาพนี้แล้วก็ชะงักไปชั่วขณะ“เธอจะทำอะไร?”“……ฆ่า”เจียหลานเล็งปลายลูกธนูไปที่ราชินีมดบนยอดวิหาร ดวงตาสดใสหรี่ลงเล็กน้อย เสื้อคลุมสีน้ำเงินพลิ้วไหวตามการวิ่งของหลินชีเยี่ย แสงสีขาวจางๆ รวมตัวที่ปลา