บอกว่า รังสีแห่งความตายที่มืดมัว น่าจะเป็นผลจากการรวมตัวกันของวิญญาณเร่ร่อน แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะไม่เข้าใกล้สิ่งมีชีวิต และตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นวิญญาณได้”“ตามนุษย์มองไม่เห็นหรอ?”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงล้วงแว่นตาเลนส์เดียวออกมาจากกระเป๋าเขามองแว่นตาในมือ ใจเริ่มลังเล…จะลองใส่ดูดีไหม?ถ้าเกิดมองเห็นผีจริงๆ ล่ะ……เขาโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นผีเลยแต่ถ้ามันน่ากลัวมากๆ ล่ะ จะทำยังไงดี?ไม่ดูดีกว่าไหมนะ?แต่ก็อยากรู้จริงๆ นี่นา!ความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นต่อสู้กันอยู่ในใจของไป๋หลี่พั่งพั่ง เขาลังเลอยู่นานทีเดียว ในที่สุดความอยากรู้ก็มีชัย ไป๋หลี่พั่งพั่งกำลูกประคำไว้แน่น แล้วค่อยๆ สวมแว่นตาลงบนสันจมูกอย่างระมัดระวัง……ในสายตาของคนอื่น หลังจากไป๋หลี่พั่งพั่งสวมแว่นตาข้างเดียว อีกฝ่ายก็สะดุ้งโหยงทันที หันศีรษะอย่างแข็งทื่อค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบๆสีหน้าของเขาแย่ลงในทันที“เกิดอะไรขึ้น? นายเห็นอะไร?” เฉาเยวียนถามอย่างสงสัยไป๋หลี่พั่งพั่งกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ค่อยๆ อ้าปากพูดด้วยสีหน้าซีดเซียว“ผี……มีแต่ผีเต็มไปหมดเลย!”…อีกด้านหนึ่งร่างของหลินชีเยี่ยพุ่งออกมาจากโพรงดิน เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ฉวยโอกาสก่อนที่หุ่นกระดาษเหล่านั้นจะมาถึงเขาตบฝ่ามือลงบนพื้นดิน“พื้นพสุธากัมปนาท ต้นไม้แห่งการรู้แจ้งของสรรพสิ่งโค่นล้ม”ตึง!!พื้นดินใต้เท้าของหลินชีเยี่ยแตกร้าวออกทีละนิด แผ่ขยายไ