าได้ชัดเจนเบื้องหน้าเขาปรากฏกำแพงอีกด้านหนึ่ง แต่ต่างจากกำแพงก่อนหน้านี้ กำแพงนี้มีสีดำสนิท แผ่รังสีอันน่าพิศวงดูดกลืนแสงทั้งหมดที่ตกกระทบบนผิวกำแพงตรงกลางกำแพงมีประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดิน สูงประมาณสามสิบกว่าเมตร พื้นผิวประตูเต็มไปด้วยฝุ่นและสนิมสีเข้ม เมื่อต้องแสงไฟก็กลายเป็นสีแดงเข้ม หากมองนานๆ สีแดงประหลาดนั้นเหมือนถูกสลักไว้ในสมอง ไม่อาจลบเลือนได้หลินชีเยี่ยรีบเบนสายตาไปทางอื่น เงยหน้ามองยอดประตู แสงไฟในมือไม่อาจส่องให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดมหึมานี้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น การยืนอยู่ใต้ประตูนี้ก็ทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่ครอบคลุมจิตใจปัญหาสำคัญที่สุดคือ การรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ยไม่สามารถทะลุผ่านประตูทองสัมฤทธิ์นี้ได้ ไม่เพียงแต่ประตูนี้เท่านั้น แม้แต่กำแพงหินสีดำสองข้างก็ไม่อาจทะลุผ่านได้เช่นกัน ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นกำลังต่อต้านพลังจิตของหลินชีเยี่ย ห้ามไม่ให้สิ่งใดเล็ดลอดเข้าไปข้างใน“นี่มันอะไรกัน……” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว แววตาเต็มไปด้วยความฉงนที่นี่คือเขตแดนเหนือสุดของต้าเซี่ย เป็นส่วนใต้พื้นพิภพที่ลึกเข้าไปในป่าดงดิบ……นอกจากหลินชีเยี่ยและพรรคพวก ไม่มีทางที่จะมีใครมาถึงที่นี่ได้ แต่กลับมีสิ่งก่อสร้างลึกลับที่มนุษย์สร้างขึ้นปรากฏอยู่ที่นี่มันปรากฏขึ้นเมื่อไหร่? ใครเป็นคนสร้างมัน? มันมีไว้เพื่ออะไร?คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของหลิน