งสัย “อุปกรณ์เอาตัวรอดน่าจะครบแล้วนะ ยังขาดอะไรอีกเหรอ……”ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วตบต้นขาเสียงดัง!“แย่แล้ว ลืมซื้อน้ำพริกเผามา!”มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย ค่อยๆ หันไปมองอันชิงอวี๋ที่อยู่ข้างๆ คนหลังหลับตาลงอย่างจนปัญญาแล้วถอนหายใจยาว…อีกด้านหนึ่งของป่าดงดิบท่ามกลางลมหนาว หลี่เต๋อหยางสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มนั่งยองๆ อยู่บนพื้นโคลน แสงไฟฉายส่องตามรอยบนพื้นที่ทอดยาวออกไปทีละนิด เขาหรี่ตาลง ดวงตาฉายแววสงสัย“ลุงหลี่ ไม่ใช่ทางนี้เหรอครับ?” เฉินหานเห็นสีหน้าของหลี่เต๋อหยางจึงถามขึ้น“ใช่ทางนี้แหละ พวกมดยักษ์นั่นตัวใหญ่มาก น้ำหนักทั้งหมดกดลงบนขาทั้งหกขา ดังนั้นรอยเท้าจึงสังเกตได้ง่ายมันไปทางนี้แน่……”หลี่เต๋อหยางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วพูดต่อ “แต่แปลกตรงที่นอกจากรอยเท้าของมดยักษ์แล้ว ที่นี่ยังมีรอยเท้าของคนอีกสี่คน……”“มีรอยเท้าคนด้วยหรือครับ?” เฉินหานตกใจ “เวลานี้ จะมีคนเข้าป่าได้ยังไง?”“จากร่องรอยบนดิน พวกเขาน่าจะเข้าป่ามาก่อนมดยักษ์ เป็นไปได้ว่าหลังจากมดยักษ์จับถิงถิงไปแล้ว มันก็พบร่องรอยของพวกเขา จึงไล่ตามรอยคนทั้งสี่ไป หวังจะจับเหยื่อให้ได้มากขึ้น” หลี่เต๋อหยางหรี่ตา “ไอ้ตัวนี้ ไอคิวไม่ต่ำเลยนะ……”“สี่คน……” เฉินหานนึกอะไรขึ้นมาได้ “ลุงหลี่ จะเป็นสี่คนที่เราเจอตอนกลางวันไหมครับ”“เป็นไปได้” หลี่เต๋อหยางพยักหน้า“งั้นพวกเขาก็ตกอยู่ในอันตรายสิครับ?” สีหน้าของเฉินหานดูไม่ดีหลี่เต๋อห