ายแววประหลาดใจ แผ่นเหล็กมากมายที่ถูกดึงออกมาจากกำแพงเหล็กลอยอยู่รอบตัวเขา ส่องประกายเย็นเยียบน่าสะพรึงกลัวลำดับหกเดินมาข้างๆ เขา พยักหน้าเล็กน้อย “สำหรับเด็กน้อยขั้นชวนแล้ว ก็ถือว่าเก่งอยู่……แต่ว่า พวกเรามาทำธุระหลักกันก่อนดีกว่า”ทั้งสองคนละสายตาจากหลินชีเยี่ย หันไปมองร่างของหันจินหลงหันจินหลงที่ล้มอยู่บนพื้นพยายามเอี้ยวศีรษะไป เปลวไฟที่เต้นระบำอยู่ไกลๆ ส่องให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ทั้งสองคน เมื่อหันจินหลงเห็นหน้าของทั้งคู่ชัดเจน สีหน้าก็ซีดเผือดราวกับคนตายเขารู้ว่าวันนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางรอด……ลำดับหกค่อยๆ เดินมาย่อตัวลงข้างๆ หันจินหลง มือข้างหนึ่งคว้าผมของเขา กระชากศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรงจ้องตาเขาแล้วเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม“หันจินหลง พวกเราได้พบกันอีกแล้ว”หันจินหลง อ้าปากที่แห้งผากพูดเสียงแหบแห้ง “ระหว่างพวกเราอาจจะมีความเข้าใจผิดบางอย่าง……”“เข้าใจผิด?” ลำดับหกเลิกคิ้วขึ้น ยื่นมือตบหน้าหันจินหลงอย่างแรง “ฉันจำได้ว่า ตอนนั้นแกเก่งมากนะ? ทำไมตอนนี้กลายเป็นหมาหงอยไปแล้วล่ะ? หืม?”แก้มของหันจินหลงบวมแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาโตมาขนาดนี้ เคยโดนดูถูกแบบนี้ที่ไหนกัน? ประกอบกับเมื่อครู่ก็โดนหลินชีเยี่ยและเหล่าจางทำให้โมโหจนอกแทบแตก ตอนนี้รู้ตัวว่าไม่มีทางรอดแล้ว กลับกระตุ้นให้เลือดในกายพลุ่งพล่านดวงตาของเขาฉายแววโกรธ ถ่มฟันที่หลุดออกมาอย่างแรง แล้วพูดอย่างคลุ้มคลั่ง“แม่ง ฉันรู้ว่าวันนี้ฉันไ