แม้เหตุผลจะบอกว่าการที่นางได้ดูดซับต้นกำเนิดกระบี่คือวาสนาอันประเสริฐ แต่ในโลกแห่งการบ่มเพาะพลัง ทุกสิ่งย่อมมีสองด้าน…
หากสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นโชคลาภ กลับแฝงไว้ด้วยเภทภัยที่คาดไม่ถึงเล่า?
หากหงชี่ดูดซับต้นกำเนิดกระบี่ไปแล้วมิใช่เรื่องดี แต่กลับกลายเป็นภัยพิบัติเล่าจะทำอย่างไร?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น เมิ่งฝานก็ไม่อาจข่มตาสมาธิฝึกฝนได้อีก เขาหยุดมือลงแล้วนั่งจ้องมองกระบี่หงชี่อย่างเงียบสงบ เฝ้ารอให้หงชี่ปรากฏกายออกมาแจ้งข่าวคราวแก่ตน
โดยปกติแล้วเมื่อกระบี่หงชี่เกิดความผิดปกติ หากหงชี่มิได้เผชิญกับวิกฤตอันใด นางย่อมต้องออกมารายงานสถานการณ์ในทันที ทว่าการที่นางยังคงเงียบงันอยู่ในยามนี้ กลับยิ่งสุมไฟแห่งความกังวลในใจของเมิ่งฝานให้โหมกระพือขึ้น
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เมิ่งฝานหลอมรวมกระบี่หงชี่ให้กลายเป็นกระบี่บินประจำชีวิต และเริ่มดูดซับต้นกำเนิดกระบี่อย่างจริงจัง เขาจึงคาดไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะอุบัติขึ้น
เวลาล่วงเลยไปราวหนึ่งก้านธูป…
ในที่สุดเงาร่างจาง ๆ ของหงชี่ก็ค่อย ๆ สลัดพ้นจากตัวกระบี่ ล่องลอยมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเมิ่งฝาน