ต่างรู้สึกว่าเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่……เข้าศูนย์ไจเจี้ยมาแล้ว แต่ทำไมไม่เข้าห้องขังล่ะ? แถมยังวิ่งมาที่ห้องทำงานของรองผู้บัญชาการอีก……นี่มันจะเกิดเรื่องแน่ๆ!ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังกังวลใจ เซี่ยอวี่ก็ค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขา สายตาจับจ้องไป๋หลี่พั่งพั่งที่ก้มหน้าอยู่ แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก“พวกคุณ……ทำไมถึงไม่ระวังกันแบบนี้ล่ะ?”“ขอโทษจริงๆ ครับ พวกเรารู้ว่าตัวเองผิด……เอ๊ะ?”ไป๋หลี่พั่งพั่งที่กำลังขอโทษอย่างจริงใจ พอได้ยินคำพูดของเซี่ยอวี่ ก็ชะงักไปทันที เขาสบตากับอีกฝ่ายอย่างงุนงง……ในดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความห่วงใยและความไว้วางใจราวกับว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่นักโทษที่พยายามจะแหกคุก แต่เป็นพี่น้องแท้ๆ ที่พลัดพรากกันมานาน!“……หา?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยปากอย่างงุนงง“โธ่ มันเป็นความผิดของผมเอง!” เซี่ยอวี่ถอนหายใจ “ผมคิดแต่จะพยายามย้ายกองกำลังในคุกออกไปให้ได้มากที่สุด แต่กลับลืมคิดถึงสถานการณ์ของพวกคุณ……”เขากุมมือทั้งสองข้างของไป๋หลี่พั่งพั่งแน่น เขย่าเบาๆ แล้วพูดอย่างรู้สึกผิด “ผมสร้างปัญหาให้พวกคุณเสียแล้ว!”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “???”เฉาเยวียน “???”ไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนมองตากันอีกครั้ง……ต่างเห็นความงุนงงอย่างยิ่งในดวงตาของอีกฝ่าย“เอ่อ……” ไป๋หลี่พั่งพั่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง ยกมือทั้งสองข้างที่ใส่โซ่ตรวนขึ้นมาตบไหล่เซี่ยอวี่เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกมันไม่ใช่ความผิดของคุณ เป็นพวกเรา……ที่ประมาทเ