อันแล้ว พวกเราตาถั่วไม่รู้จักภูเขาทอง ไม่รู้ว่าคุณเก่งกาจขนาดไหน ตอนนี้หันจินหลงคนนั้นพิการไปแล้ว คุณกับลูกพี่อันก็เป็นพี่ใหญ่คนใหม่ของพวกเราทุกคน!”หลินชีเยี่ย “……”เขาเงยหน้ามองไปที่โต๊ะอาหารไม่ไกล เห็นอันชิงอวี๋นั่งอยู่บนม้านั่งยาว มองดูเนื้อปลาที่อัดแน่นในถาดอาหาร จมอยู่ในภวังค์……หลินชีเยี่ยเดินไปนั่งลงตรงข้าม“สถานการณ์แบบนี้……นายทำขึ้นมาเหรอ?” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจนปัญญา“เปล่า ฉันจะมีเวลาว่างทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง?” อันชิงอวี๋ตอบพลางส่ายหน้า ขณะคีบปลาจากจานของตัวเองให้หลินชีเยี่ย “ตอนที่ฉันเพิ่งออกมาจากห้องขัง ฉันก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกับนายตอนนี้เลย”หลินชีเยี่ยรับตะเกียบที่นักโทษคนหนึ่งข้างๆ ยื่นให้ด้วยสองมือ แล้วยักไหล่ “รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย”“แต่ต้องยอมรับว่า แบบนี้ช่วยลดความยุ่งยากให้พวกเราได้มาก” อันชิงอวี๋เหลือบมองนักโทษที่กำลังวุ่นวายอยู่แวบหนึ่ง แล้วพูดเรียบๆ “ไม่ว่าพวกเขาจะทำด้วยจุดประสงค์อะไร การมีคนช่วยเหลือมากขนาดนี้ ก็ทำให้งานของพวกเราง่ายขึ้นได้”“จริงด้วย” หลินชีเยี่ยพยักหน้า“แล้วทางนายล่ะ มีอะไรใหม่ๆ บ้างไหม?”“ก็มีอยู่” หลินชีเยี่ยเล่าเรื่องของอู๋เหลาโก่วให้อันชิงอวี๋ฟังดวงตาของอันชิงอวี๋ฉายแววประหลาดใจ “นายหมายความว่า อู๋เหลาโก่วผู้ป่วยทางจิตที่อยู่ห้องติดกับนายนั่น ยังสามารถใช้ผนึกต้องห้ามได้แม้จะอยู่ภายใต้การสะกดของ [ศิลาสกัดกั้น] แถมยังเข้าไปในความฝันของคนอื่นได