่า ‘แต่ที่นี่ไม่มีดอกไม้เลยนะ’ แต่ก็ปิดปากเงียบอย่างไรเสียเขาก็เป็นแพทย์ผู้รับผิดชอบผู้ป่วยโรคทางจิตสามคน เรื่องการสื่อสารกับผู้ป่วยโรคทางจิตนั้น เขาก็พอรู้อยู่บ้างหลังจากผ่านไปสักพัก อู๋เหลาโก่วเห็นหลินชีเยี่ยจ้องมองพื้นตรงหน้าไม่ขยับเขยื้อน จึงอดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบา“นายกำลังมองอะไรอยู่?”“ผมก็กำลังมองดอกไม้น้อยอยู่เหมือนกัน” หลินชีเยี่ยไม่เงยหน้า จดจ่ออย่างตั้งใจ“แต่ดอกไม้น้อยตายไปแล้วนะ”“……” มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น “ดอกไม้น้อยตายเมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็น?”“ก็เมื่อกี้นี้ไง!” อู๋เหลาโก่วทำหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘นายไม่เห็นหรือไง?’“แล้วตอนนี้คุณกำลังมองอะไรอยู่?”“ฉันกำลังมองมันฝรั่งน้อยอยู่”หลินชีเยี่ย “…”หลินชีเยี่ยล้มเลิกความคิดที่จะสื่อสารกับอู๋เหลาโก่ว ก่อนจะลุกขึ้นยืน พร้อมกันนั้นประตูใสก็ค่อยๆ เปิดออก ผู้ช่วยพยาบาลยืนอยู่หลังประตู โบกมือให้หลินชีเยี่ยเด็กหนุ่มก้าวเดินเข้าไป อีกคนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยพยาบาลโผล่หน้าออกมาจากหลังประตู แล้วตะโกนใส่อู๋เหลาโก่วที่ยังคงจ้องมองพื้นอย่างเหม่อลอย“อู๋เหลาโก่ว กลับบ้านได้แล้ว!”อู๋เหลาโก่วเงยหน้าขึ้น ทำท่าให้ผู้ช่วยพยาบาลเงียบ “ชู่! หญ้าน้อยยังหลับอยู่! เบาๆ หน่อย!”ผู้ช่วยพยาบาลคนนั้นมุมปากกระตุก ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เดินตรงไปที่อู๋เหลาโก่วแล้วพยุงเขาขึ้นมา อู๋เหลาโก่วถูกผู้ช่วยพยาบาลลากให้เดินถอยหลัง แต่ยังคงจ้องมองพื้น