ที่ว่างเปล่านั้นอย่างแน่วแน่หลินชีเยี่ยละสายตา แล้วเดินไปกับผู้ช่วยพยาบาลที่อยู่ข้างๆ เข้าไปในส่วนลึกของโรงพยาบาล“อู๋เหลาโก่วคนนั้น เขาเป็นโรคอะไรหรือ?” หลินชีเยี่ยถาม“โรคทางจิต”“……ผมรู้ว่าเป็นโรคทางจิต แต่เจาะจงกว่านี้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ทราบชัดเจน” ผู้ช่วยพยาบาลส่ายหัว “อาการของอู๋เหลาโก่วนั้น คุณหมอหลี่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงนอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอู๋เหลาโก่วเป็นโรคอะไรกันแน่”“เข้าใจแล้ว……”หลินชีเยี่ยเดินตามผู้ช่วยพยาบาลกลับไปยังห้องพักโลหะขนาดเล็กของตน ปิดประตูแล้วอาบน้ำในห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นก็นอนลงบนเตียง เริ่มย่อยผลการสังเกตตลอดทั้งวัน พร้อมกับจำลองเส้นทางการหลบหนีที่เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องหลังจากครุ่นคิดอย่างหนักเป็นเวลานาน หลินชีเยี่ยก็ดำดิ่งจิตสำนึกเข้าสู่โลกจิตใจ…โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า“กุ๊กๆๆๆๆ ก๊าก!!”หลินชีเยี่ยเพิ่งเดินเข้ามาในลานกว้าง ก็มีหมาปั๊กตัวหนึ่งส่งเสียงร้องเหมือนไก่ วิ่งฮึดฮัดผ่านหน้าเขาไปทว่าเสียงขันของไก่กลับกลายเป็นเพียงเสียงประกอบในตอนนี้ เพราะมีเสียงที่น่ารังเกียจยิ่งกว่ากำลังก้องอยู่ในอากาศ……“อ้า~~~!!”“ไม่มีอะไรงดงามเท่าฤดูใบไม้ผลิ!”“หญ้าที่โบกสะบัดช่างสูง สวย และเขียวชอุ่ม!”“ไข่นกกระจอกเหมือนท้องฟ้าเล็กๆ เสียงร้องของนกกระจอกดังก้องผ่านป่าไม้ ชำระล้างหู……”บนดาดฟ้าของโรงพยาบาล ร่างอันงดงามผมทองกำลังลูบพิณในมือ มองทิวทัศน์อันงดงามในโรงพยาบาลอย่