ณ์ด้วยสำเนียงไม่ชัดเจนว่า“เขา… ไม่… กินได้”“ฉันล้อเล่นน่า แขนเล็กๆ แบบนั้น ใครจะอยากกินล่ะ ขาหมูอบน่ากินกว่าตั้งเยอะ” หลี่อี้เฟยยักไหล่ แล้วตบขั้นบันไดข้างๆ “กลับมานั่งเถอะ”อาจูลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็กลับมานั่งที่เดิม หงเหยียนก็นั่งลงข้างๆ อาจูผู้ช่วยพยาบาลทั้งสามคนนั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น มองดูคนในสวนอย่างเหม่อลอย“เขา ตื่น ไหม?” หงเหยียนชี้ไปที่หลินชีเยี่ยแล้วถามขึ้น“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน……” หลี่อี้เฟยส่ายหัว สายตาตกลงบนร่างของนิกซ์ที่อยู่ข้างๆ หลินชีเยี่ย “ก็ไม่รู้ว่าวันนี้ลุงเมอร์ลินกับคุณย่าใครจะชนะ……”ณ ลานกว้างนิกซ์นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก กำลังถักไหมพรมอยู่ข้างๆ หลินชีเยี่ยที่หลับอยู่ พลางอาบแดดไปด้วย ปากก็พึมพำอะไรบางอย่างเป็นระยะ ดูเหมือนกำลังพูดกับหลินชีเยี่ยไม่ไกลนัก เมอร์ลินที่สวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้ากำลังเดินมาอย่างช้าๆเขาเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในลาน เส้นด้ายสีดำบางๆ ก็ลอยผ่านหน้าเขาไป เขาขมวดคิ้วแล้วหยุดฝีเท้า“หนึ่งปีแล้ว” เมอร์ลินมองนิกซ์ที่กำลังถักไหมพรมอยู่บนเก้าอี้โยกแล้วเอ่ยขึ้นอย่างสงบ “เขาควรจะตื่นได้แล้ว”“ให้เขานอนต่ออีกหน่อย” นิกซ์พูดเรียบๆ“สิ่งที่ควรเกิดก็เกิดไปแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ การหลบหนีไม่ได้แก้ปัญหาอะไร” เมอร์ลินขมวดคิ้วพูด “เขาแบกรับอะไรไว้ ท่านและข้าต่างก็รู้ดี เขาไม่มีทางหลบซ่อนอยู่ในโลกเล็กๆ ที่สบายนั่นได้ตลอดไป……”“เขาแค่เหนื่อยเกินไป” นิกซ์เงยหน้ามองเมอร์ลินท