น้า ที่นี่จะเป็นดินแดนบริสุทธิ์……นายไม่ต้องกังวล”อู๋เซียงหนานค่อยๆ หลับตาลง หลังจากเงียบไปนานเขาก็พยักหน้า“ผมเข้าใจแล้ว”หนึ่งวันต่อมาชานเมืองชางหนานสายลมอ่อนๆ พัดผ่านทุ่งเขาอันเงียบเหงา ต้นไม้เขียวชอุ่มที่เคยมีอยู่หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงต้นกล้าเล็กๆ ไม่กี่ต้นที่งอกขึ้นมาจากดิน ใบอ่อนสีเขียวสั่นไหวเบาๆ ตามแรงลมหน้าสุสานที่กระจัดกระจาย เด็กสาวในชุดสีแดงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอคือหลุมศพสองหลุมที่ถูกทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง หลุมหนึ่งเป็นของจ้าวคงเฉิง อีกหลุมเป็นของเฉินมู่เหยี่ยเด็กสาวก้มมองป้ายหลุมศพทั้งสอง เหม่อลอยไปเงาร่างของเวินฉีโม่ค่อยๆ เดินเข้ามาจากด้านข้าง“ไม่พบรองหัวหน้าหน่วย แต่ว่า… บนโต๊ะในห้องของเขา ฉันพบจดหมายฉบับนี้”เวินฉีโม่ยื่นจดหมายในมือออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “เขาถูกเรียกตัวไปเมืองหลวงโดยผู้บริหารระดับสูง ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญบางอย่าง เขาไม่อยากบอกลาพวกเรา จึงเขียนจดหมายฉบับนี้ไว้”หงอิงรับจดหมายมา อ่านอย่างตั้งใจจากต้นจนจบ แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าไกลๆ ถอนหายใจยาว“รองหัวหน้าหน่วยก็จากไปแล้ว… หน่วย 136 เหลือแค่พวกเราแล้ว”เวินฉีโม่เงียบไปครู่หนึ่ง “เธอจะทำอะไรต่อ?”“ฉันจะอยู่ต่อ” หงอิงเอ่ยอย่างสงบ ดวงตาใสแจ๋วมองตาของเวินฉีโม่ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ตราบใดที่ชางหนานยังอยู่ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ หน่วย 136 ก็จะอยู่ตลอดไป”เวินฉีโม่ชะงัก “แม้จะเหลือแค่สองคน?”“ฉันเชื่อม