การเยี่ยโทรมาหาเขา แล้วบอกว่า “การที่พวกเรามาเมืองชางหนานครั้งนี้ จุดประสงค์ก็ไม่ใช่การตรวจสอบคลื่นพลังของเทพเจ้า แต่เป็นการตรวจสอบสภาพจิตใจของหลินชีเยี่ยในปัจจุบัน เพื่อดูว่าเขาจะยอมรับความจริงที่เมืองจะพังทลายในอีกครึ่งเดือนได้หรือไม่…”“ไม่คาดคิดว่า เทพเจ้าภายนอกจะเข้ามาแทรกแซง ทำให้เวลาที่เมืองชางหนานจะพังทลายเร็วขึ้น”“โชคดีที่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หน่วยพิทักษ์ราตรีได้เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลานี้มาตลอด แม้เมืองชางหนานจะหายไป พวกเขาก็มีแผนการปิดฉากที่สมบูรณ์แบบที่สุด…”เด็กหนุ่มหันไปมองเมืองที่ค่อยๆ หายไป พลางถอนหายใจ“ชาวเมืองชางหนานเหล่านั้น ถูกลบความทรงจำและฟื้นคืนชีพโดยไม่รู้ตัว ได้ใช้ชีวิตมาสิบปี และมีลูกหลาน……บุญคุณของหลินชีเยี่ยช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน”“ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่รู้เรื่อง” อาจารย์เฉินมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพูดช้าๆ ว่า “มีคนหนึ่งที่รู้ทุกอย่างมาตั้งแต่แรก เขา……คือคนที่เหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกที่สุดในเมืองนี้”…บนดาดฟ้าสำนักงานเฉินมู่เหยี่ย อู๋เซียงหนาน หงอิง และเวินฉีโม่ ทั้งสี่คนยืนอยู่ที่นั่น ยังคงจมอยู่ในความสับสนและไม่เข้าใจในการจากไปของซือเสี่ยวหนาน จึงไม่มีใครพูดอะไร“หัวหน้าคะ เหลิ่งเซวียนก็หายไปด้วย” หงอิงเม้มปาก สีหน้าซีดเล็กน้อย “เสี่ยวหนาน เธอ……”“เสี่ยวหนานไม่ได้ทรยศพวกเรา” เฉินมู่เหยี่ยพูดอย่างมั่นใจ “เธอแค่จากไปชั่วคราว ไปทำสิ่งที่เธออยากทำ……ฉันเชื่อว่าเธอจะกลั