้จนพูดไม่ออก ราวกับเด็กสาวที่ถูกรังแกจนสุดทน“พาฉันไปด้วยเถอะ” เหลิ่งเซวียนลูบศีรษะซือเสี่ยวหนานเบาๆ “ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง”ซือเสี่ยวหนานสบตากับอีกฝ่ายด้วยความจริงจังและจริงใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเธอเม้มริมฝีปาก ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเหลิ่งเซวียนอย่างแน่วแน่ สูดหายใจเข้าลึกๆ ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้ประกายเล็กๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา“เหลิ่งเซวียน” เธอเอ่ยอย่างจริงจัง “นายเชื่อใจฉันไหม?”เหลิ่งเซวียนตอบอย่างไม่ลังเล “ฉันเชื่อใจเธอ”ซือเสี่ยวหนานหันไปมองท้องฟ้าอันมืดมัว แล้วพูดช้าๆ ว่า“ฉันมีแผน… แผนการที่ยิ่งใหญ่และอันตรายมาก”…บนดาดฟ้าเฉินมู่เหยี่ยที่หมดสติครางออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นพลังจิตที่โดนผนึกถูกปลดออกแล้ว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็หายไป เขาพยายามลุกขึ้นยืน ผ่านไปสักพักกว่าจะนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหมดสติได้เขามองความวุ่นวายที่อยู่ไกลออกไปอย่างเงียบงันทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งเขาก้มลง เอามือล้วงเข้าไปในอก หยิบม้วนหนังแกะโบราณออกมาครั้งนี้ เมื่อม้วนหนังแกะออกจากตัวเขา กลับไม่มีกลิ่นอายใดๆ รั่วไหลออกมา ราวกับมีบางสิ่งปิดผนึกพลังของมันไว้อย่างสมบูรณ์เขาใช้นิ้วลูบผิวม้วนหนังแกะเบาๆ ดวงตาฉายแววฉงนบนพื้นผิวของม้วนหนังแกะ ถูกปกคลุมด้วยผ้าโปร่งที่มองไม่เห็น……เฉินมู่เหยี่ยคุ้นเคยกับผ้าโปร่งนี้เป็นอย่างดี สมาชิกทุกคนในหน่วย 136 ล้วนเคยได้รับการปกป้อง