ายนอกและสายฟ้าที่เต้นระริกอย่างหนาแน่นในอากาศเพียงชั่วขณะเดียว จิตทิวทัศน์ก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับว่าทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่เคยมีอยู่จริง“ท่านอาจารย์ นี่คือสิ่งที่คุณบอกว่า……ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?” มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย “ทำไมผมถึงรู้สึกว่า รถม้าคันนี้กำลังจะพังอยู่แล้ว?”อาจารย์เฉินจิบชาเงียบๆ ไม่พูดอะไร“อยู่ที่นี่กับฉันปลอดภัยกว่าออกไปข้างนอก” หลังจากเงียบไปนาน อาจารย์เฉินก็เอ่ยขึ้นช้าๆ “แม้ฉันจะไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ แต่หากพูดถึงการป้องกัน ฉันคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในต้าเซี่ยอย่างแท้จริง หากต้องการจะทำลายจิตทิวทัศน์ของฉันจริงๆ ก็ยังห่างไกลนัก”“ใคร? ใครกำลังไล่ล่าพวกเรา? ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว“เธอไม่จำเป็นต้องรู้” อาจารย์เฉินส่ายหน้า “เธอแค่นั่งดื่มชากับฉันเงียบๆ ที่นี่ก็พอ รอให้พายุผ่านไป ฉันรับประกันว่าเธอจะลงจากรถได้อย่างปลอดภัย”“ผมไม่ต้องการความปลอดภัย” หลินชีเยี่ยจ้องตาอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ “ผมอยากกลับไป”“กลับไป?” อาจารย์เฉินเลิกคิ้ว “เธอรู้หรือไม่ว่าเมืองนี้กำลังเผชิญอะไรอยู่?”“ไม่รู้” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ผมรู้แค่ว่า……ญาติพี่น้องของผม เพื่อนร่วมรบของผม ล้วนอยู่ในเมืองนี้”เปรี้ยง!!สายฟ้าอีกสายฟาดลงมา จิตทิวทัศน์แตกออกอีกมุมหนึ่ง เมืองที่ปกคลุมด้วยเมฆฝนปรากฏขึ้น ภาพที่วุ่นวายสับสนซ้อนทับกัน ราวกับเศษชิ้นส่วนที่แตกกระจายออกไปอาจารย์เ