ง? รอให้ฉันได้เป็นหัวหน้าหน่วยในอีกสองปีก่อน แล้วจะเลี้ยงเหล้านาย!”“……”ในหอพัก เงาร่างคุ้นเคยทยอยลากกระเป๋าเดินทาง กลั้นความอาลัย หยอกล้อด่าทอกันเป็นการบอกลาการพบปะกันเป็นเวลาหนึ่งปีนี้ ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกย้าย“ชีเยี่ย ฉันไปล่ะ” นอกประตู เฉาเยวียนลากกระเป๋าเดินทาง มองหน้าหลินชีเยี่ยอย่างจริงจัง “อย่าลืมมาหาฉันที่เมืองหวยไห่นะ”หลินชีเยี่ยยิ้ม “วางใจเถอะ ระวังตัวด้วยนะ”“ฮือๆๆๆ ชีเยี่ย ผมก็ต้องไปแล้ว ไม่มีผมนอนเป็นเพื่อน อย่าคิดถึงผมนะ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งตาแดงก่ำ ด้านหลังมีบอดี้การ์ดหลายคนช่วยขนกระเป๋า พูดอย่างอาลัยอาวรณ์“อย่าพูดอะไรที่ทำให้คนเข้าใจผิดง่ายๆ แบบนี้สิ” หลินชีเยี่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา “กลับกว่างเซินแล้ว อย่าปล่อยตัวมากนัก ไม่งั้นตอนต่อสู้จะเกิดเรื่องได้ง่าย”“วางใจเถอะ ผมรู้ดี” ไป๋หลี่พั่งพั่งตบอก “นายต้องมาเที่ยวกว่างเซินให้ได้นะ แค่นายโทรมา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินส่วนตัว โรงแรมห้าดาว สาวสวย รับรองจัดให้ครบทุกอย่าง!”หลินชีเยี่ยพูดอย่างขำๆ ปนเศร้า “รู้แล้ว ฉันจะไป”บรรดาบอดี้การ์ดพาไป๋หลี่พั่งพั่งไป ไป๋หลี่พั่งพั่งเหลียวหลังมองหลายครั้ง จากนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงตะโกนบอกหลินชีเยี่ยจากไกลๆ ว่า “เออใช่ ของของนายผมเอาไปไว้ใต้เตียงให้แล้วนะ อย่าลืมเอาไปด้วยล่ะ!”หลินชีเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง รอจนไป๋หลี่พั่งพั่งเดินไปไกลแล้ว จึงกลับเข้าหอพัก หยิบกล่องของขวัญขนาดใหญ่ออกมาจากใต้เตีย