ี้ ราวกับเสียงฟ้าร้องคำราม แต่เสิ่นชิงจู่กลับไม่ได้ยินแล้วเปลวเพลิงมากมายเหลือคณานับเลียไปทั่วร่างของเขา ทุกอย่างรอบตัวเขาเหมือนจะกลายเป็นความเงียบสงัด มีเพียงความเจ็บปวดที่แผดเผาร่างกายของเขา‘เหมือนมีคนด่าฉัน……แม่ง ใครกล้าด่าฉันวะ?’‘ถ้าฉันมีโอกาส ต้องซัดแกให้หนักแน่ๆ’‘ยังไงก็……คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว’‘สาวกไม่ได้ล่มสลาย ตัวเองก็ไม่ได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง หน่วยพิทักษ์ราตรีของเมืองหลวงเป็นอย่างไรกันนะ แข็งแกร่งเกินไปหรือเปล่า พูดถึงแล้ว……ฉันก็ไม่ทันได้เข้าพิธีปฏิญาณตนของหน่วยพิทักษ์ราตรีด้วยสิ’‘ฮึ วุ่นวายมาตั้งนาน ที่แท้ฉันก็ไม่ใช่แม้แต่หน่วยพิทักษ์ราตรี’‘ความเสียดายเหล่านี้ ก็คงได้แต่เสียดายแล้วล่ะ…’‘บ้าเอ๊ย อย่างน้อยก็ต้องตายอย่างสง่างามในฐานะหน่วยพิทักษ์ราตรีสิ…’‘ไม่รู้ว่าคำปฏิญาณที่ฉันพูดไปจะใช้ได้หรือเปล่า?’……ท่ามกลางเปลวเพลิง เสิ่นชิงจู่ที่ร่างไหม้เกรียมพลันลืมตาขึ้น เขายิ้ม‘เกือบลืมไปแล้ว ฉันคือเสิ่นชิงจู่ กฎระเบียบบ้าบออะไร……ฉันบอกว่าใช้ได้ มันก็ต้องใช้ได้!’ในความแดงฉานไร้ที่สิ้นสุด เขาอ้าริมฝีปากแห้งผากสีเข้ม เปล่งเสียงคำรามเบาๆ“ข้าเสิ่นชิงจู่ ขอปฏิญาณภายใต้ธงแดงแห่งต้าเซี่ย……”เขากำเหรียญตราในมือแน่น แม้ฝ่ามือจะกลายเป็นถ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีทีท่าจะปล่อย เปลวไฟผลาญตัวอักษรเป็นประกายบนด้านหลังของเหรียญตรา ส่องแสงระยิบระยับ“หากรัตติกาลพึงมาเยือน……”……ในอุโมงค์ เปล