งเดียว เหมือนอย่างหลินชีเยี่ยและเฉาเยวียน มากที่สุดก็แค่ยี่สิบคน ส่วนคนที่เหลือ ครึ่งหนึ่งพลิกคว่ำไปกว่าสิบตลบกว่าจะจับจังหวะได้ หยุดลงพร้อมกับหอบหายใจส่วนอีกครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ยังคงม้วนตัวอยู่……ต้องยอมรับว่า ภาพของทหารใหม่เกือบร้อยนายที่สวมเครื่องแบบทหาร กำลังตีลังกากลับหลังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนสนามฝึก มันดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก……ดูเหมือนครูฝึกจะทนไม่ไหวแล้ว จึงโบกมือสั่ง “เลิกแถว! ไปกินข้าวได้!”อันที่จริง ตอนนี้ทหารใหม่ก็ไม่ต่างอะไรจากการเลิกแถว ภายใต้อิทธิพลของตัวจุดระเบิดกายกรรม แถวต่างๆ ได้หายไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ม้วนตัวเก่งที่สุดก็ไปถึงหน้าประตูโรงอาหารแล้วเหล่าทหารใหม่ที่สงบลงต่างก็กัดฟัน ขณะที่รวบรวมสมาธิส่งพลังจิต ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางโรงอาหาร……ท่าทางระมัดระวังราวกับว่าทุกคนเป็นริดสีดวงทวารแต่ก็มีบางคนที่ยอมปล่อยวางทุกอย่างเพื่อที่จะได้กินข้าว พวกเขามุ่งหน้าไปยังโรงอาหารด้วยความเร็วสูงโดยการตีลังกาไปตลอดทางไม่นานนัก หลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนก็ยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหาร“ทำไมนายไม่กินล่ะ?” หลินชีเยี่ยคีบเนื้อเข้าปาก มองไป๋หลี่พั่งพั่งที่สีหน้าซีดขาวอย่างสงสัย “ไม่หิวเหรอ?”“หิว” ไป๋หลี่พั่งพั่งจ้องอาหารบนโต๊ะพลางกลืนน้ำลาย “แต่ผมกลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้……”สิ้นเสียง เขาดูเหมือนจะทนต่อการล่อลวงของอาหารไม่ไหว ยื่นมือออกมาคีบเนื้ออย่างรวดเร็วราวสายฟ้า แล้วยัดเข้าปาก……พรึ่บ!ไป๋หลี่