ด้ไหม…”เสิ่นชิงจู่สูดหายใจเข้าลึกๆ คว้าชามและตะเกียบจากโต๊ะ เดินไปหาทั้งสามคนพลางพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน“บ้าเอ๊ย! พวกนายอยู่นิ่งๆ หน่อย……มาทีละคน!!”……ก๊อก ก๊อก ก๊อก–!“เชิญ”ประตูห้องทำงานค่อยๆ เปิดออก หยวนกังเงยหน้าขึ้น เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง คิ้วขมวดเล็กน้อย“นายเองเหรอ?”หลินชีเยี่ยเดินมาที่หน้าโต๊ะทำงาน ยกมือขึ้นทำความเคารพ“รายงาน! ผมมีเรื่องอยากปรึกษาท่านครับ”หยวนกังพยักหน้าเบาๆ พลางเก็บเอกสารบนโต๊ะ “นั่งลงเถอะ”หลินชีเยี่ยนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบป้ายโลหะสีเงินออกมาจากกระเป๋า แล้ววางลงบนโต๊ะหยวนกังเห็นป้ายนั้นแล้วหรี่ตาลง“วัตถุต้องห้าม?”“ใช่ครับ” หลินชีเยี่ยพยักหน้า “นี่เป็นสิ่งที่ผมได้มาตอนวันหยุด จากการปะทะกับกลุ่มสาวก ดูเหมือนจะเป็นผนึกต้องห้ามที่เรียกว่า [โลหิตเดือดพล่าน]”“[โลหิตเดือดพล่าน] ลำดับที่ 209……” หยวนกังพยักหน้า มองหลินชีเยี่ยราวกับจะเข้าใจความหมายของเขา“นายต้องการส่งมอบสิ่งนี้ให้กับหน่วยงานเหรอ?”“ถ้าส่งมอบ… ผมจะได้อะไรบ้างครับ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างระมัดระวัง“คลังวัตถุต้องห้ามของหน่วยพิทักษ์ราตรีมีไม่มากนัก แม้ว่า [โลหิตเดือดพล่าน] นี้จะไม่ใช่ผนึกต้องห้ามระดับสูงแต่ในบางสถานการณ์ มันก็มีประโยชน์มาก การมอบให้กับหน่วยงานน่าจะแลกกับคะแนนความดีความชอบ หรือเงินสดได้ ขึ้นอยู่กับว่านายต้องการอะไร”“เงินสด? ได้เท่าไหร่ครับ?”“ถ้าคิดตามราคาตลาด ก็