้เขาเสียสติ”“แล้วเราควรทำยังไงดีล่ะ?” หลี่อี้เฟยรู้สึกปวดหัวขึ้นมา“……ไม่รู้สิ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า เขาไม่ใช่จิตแพทย์เสียหน่อย ถึงแม้จะอนุมานเหตุการณ์โดยคร่าวๆ ได้ แต่เขาก็ไม่รู้วิธีการรักษาจริงๆหรือว่าต้องกลับไปที่โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงอีกครั้ง? แต่นี่มันช่วงตรุษจีน บรรดาหมอในแผนกจิตเวชคงจะหยุดกันหมดแล้วมั้ง?หลินชีเยี่ยมองดูเมอร์ลินที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่เบื้องล่าง แล้วถอนหายใจ“ก่อนจะพูดถึงโลกแห่งความเป็นจริง เขาก็ค่อนข้างปกติดี อาการแบบนี้น่าจะเป็นแค่อาการชั่วคราว……เอาเป็นว่าไปฉีดยาระงับประสาทให้เขาก่อนแล้วกัน ดูซิว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม แบบนี้มันวุ่นวายเกินไป”“ใครจะไป?”“นายนั่นแหละ”…ผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งซึ่งถูกเจ้านายใจดำกดขี่ถอนหายใจ แล้วเดินไปที่ห้องยาเพียงลำพังครู่ต่อมา หลี่อี้เฟยก็วิ่งไล่ตามแพทริคเมอร์ลินที่วิ่งพล่านไปทั่ว พร้อมกับเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ในมือ นิกซ์ก็วิ่งตามมาติดๆ พลางตะโกนว่า“เฟยน้อย! นั่นน้องชายเจ้านะ อย่าทำรุนแรงขนาดนั้นสิ!”ทั้งสามวิ่งไล่กันไปมาในลานบ้าน สุดท้ายหลี่อี้เฟยก็สามารถฉีดยาระงับประสาทเข้าไปในร่างของเมอร์ลินได้สำเร็จคนหลังพลันสงบลง กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิมแล้วเดินโซเซไปมา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหลี่อี้เฟยเองก็เหนื่อยจนต้องทรุดตัวตามพลางหอบหายใจงานนี้……เหนื่อยชะมัด!หลินชีเยี่ยเดินเข้ามาใกล้ๆ ตรวจดูอาการของเมอร์ลิน พบว่าเขาแค่สติเลือนลางไป คงเป