ังจากฝืนมาจนถึงตอนนี้ เขาก็ใกล้ถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้วเช่นกันพูดง่ายๆ ก็คือ หลินชีเยี่ยเหมือนตัวละครเกมที่มีค่าฟื้นฟูพลังเวทย์ 1,000% ส่วน เฉาเยวียน แม้ว่าจะมีพลังเวทย์เยอะ แต่การฟื้นฟูนั้นช้าเกินไป สุดท้ายก็ต้องมีเวลาที่พลังเวทย์จะหมดลง“ไม่ได้ยินเสียงลงโทษมานานแล้ว ในภูเขานี้อาจจะเหลือแค่เราสองคนแล้วก็ได้นะ”“สิบนาทีก่อนหน้านี้ยังมีอีกคน ตอนนี้เหลือแค่เราสองคนแล้ว”“นายรู้ได้ยังไงเนี่ย?”หลินชีเยี่ยไม่ตอบ เพียงแต่เหลือบมองค้างคาวที่เพิ่งบินผ่านไปยามค่ำคืนบนภูเขาเงียบสงัดแห่งนี้ ไส้เดือน กิ้งกือ จิ้งเหลน ค้างคาว……สิ่งมีชีวิตยามราตรีทั้งหมดล้วนเป็นสายตาของหลินชีเยี่ย ตั้งแต่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อน หลินชีเยี่ยก็ได้ใช้พวกมันเพื่อควบคุมสถานการณ์ของภูเขาลูกนี้ไว้แล้วแม้แต่หน่วยแพทย์ที่ตามหลังมาไม่กี่คน และโดรนที่บินวนอยู่เหนือศีรษะ เขาก็รู้ทุกอย่าง แม้กระทั่งตอนนี้ หากเขาต้องการ เขาก็สามารถซ่อนตัวอยู่ในภูเขาลึกได้โดยที่ไม่มีใครพบเห็นตอนนี้ ภูเขาแห่งนี้ได้กลายเป็นสนามเหย้าของหลินชีเยี่ยแล้ว“ฉันว่าฉันไม่ไหวแล้ว” ทั้งสองเดินต่อไปอีกพักหนึ่ง เฉาเยวียนก็หยุดฝีเท้าที่ก้าวอย่างโซเซลง หยุดอยู่ข้างหลังหลินชีเยี่ยหลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว “ไม่พยายามอีกหน่อยเหรอ?”“ฉันเป็นลมไม่ได้” เฉาเยวียนส่ายหัว “เมื่อใดก็ตามที่ฉันหมดสติ ผนึกต้องห้ามก็อาจจะเข้าควบคุมร่างกายได้ ซึ่งมันจะยิ่งยุ่งยากกว่าเดิมน่ะ”“ดูเหมือนว่า