อะไร?”“อาหารแบบนี้? เอาให้คนกินหรือไง? ดูถูกกันเกินไปแล้ว!” เสิ่นชิงจู่หรี่ตามองชายชรา พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ไสหัวไป!” ชายชราจ้องเขม็ง ตอบกลับอย่างไม่พอใจ“หืม?” เสิ่นชิงจู่เลิกคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ก็มีคนกลุ่มเดินเข้ามาในโรงอาหารพวกเขาสวมเสื้อคลุมสีเทา ถือหน้ากากอยู่ในมือ เดินตรงผ่านกลางโรงอาหาร ไปยังโต๊ะกลมที่อยู่ด้านในสุดในขณะนั้น ทุกคนต่างเงียบลงครั้งนี้พวกเขาไม่ได้สวมหน้ากาก แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่าพวกเขาคือใคร“โอ้ ไอ้เด็กพวกนี้เองเรอะ” ชายชราหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นคนทั้งเจ็ด“คุณซุน ผ่านมาหลายปีแล้ว ลุงยังทำอาหารให้ทหารใหม่ในโรงอาหารอีกเหรอครับ?” หน้ากากหวังผู้มีใบหน้าหล่อเหลารีบลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นชายชราเดินมาสมาชิกคนอื่นๆ ของหน่วยเร้นลับต่างพากันลุกขึ้น และโค้งคำนับให้กับลุงซุน“เฮ้อ คนแก่อย่างฉันขึ้นไปบนสนามรบไม่ได้แล้ว คงได้แต่มาใช้ความร้อนที่หลงเหลืออยู่ในครัวโทรมๆ นี่แหละ”ลุงซุนโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงฝีมือของลุงจริงๆ คราวนี้ต้องรบกวนคุณลุงอีกแล้ว”“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก รอตรงนี้นะ ฉันจะไปทำกับข้าวให้กิน” ลุงซุนถือทัพพีแล้วหันหลังเดินเข้าครัวไปไม่สนใจทหารใหม่แม้แต่น้อยเมื่อมีหน่วยเร้นลับอยู่ ทหารใหม่คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าขวางลุงซุน ได้แต่ขมวดคิ้วมองหมั่นโถวแป้งขาวกับเนื้อสดในชาม ไม่ขยับเขยื้อ