นไปไหน“กินสิ” หลินชีเยี่ยเอื้อมมือหยิบหมั่นโถวแป้งขาวแล้วกัดเข้าไปคำหนึ่งหมั่นโถวแข็งมาก ไร้รสชาติ กินเข้าไปเหมือนเคี้ยวขี้ผึ้ง“ผม… ผมกินไม่ลง” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองเนื้อดิบก็รู้สึกคลื่นเหียน“ไม่กินก็ทนการฝึกวันนี้ไม่ไหวหรอก” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างเฉยเมยขณะที่ยังเคี้ยวหมั่นโถว “อีกอย่าง เมื่อไปสนามรบแล้ว ใครจะรับประกันได้ว่าจะมีข้าวให้กินทุกที่ ถ้าไม่อยากอดตายก็ต้องรีบปรับตัวซะ”สิ้นเสียง หลินชีเยี่ยก็คว้าเนื้อดิบมาอีกชิ้น สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหลับหูหลับตากัดกินเข้าไปคำใหญ่ไป๋หลี่พั่งพั่งกัดฟันแน่น ก่อนจะหยิบหมั่นโถวขึ้นมากินบ้างมิลลี่ที่ยืนลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจ หยิบเนื้อดิบขึ้นมากัด ในขณะที่เฉาเยวียนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกินเนื้อทั้งชิ้นจนหมดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ทำเอาทหารใหม่รอบข้างตกตะลึงไปตามๆ กันเสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สูดจมูกดังฟุดฟิด ก่อนจะลงมือกินเช่นกันเหล่าทหารใหม่ก็เริ่มกินอาหารกันมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉยด้วยสีหน้ารังเกียจ พวกเขายอมทนหิวดีกว่ายอมกินสิ่งที่อยู่ตรงหน้าห้องบนชั้นสอง ครูฝึกหงมองลงมาที่โรงอาหาร พลางพยักหน้าเล็กน้อย“ไม่เลว คนที่กินได้มีมากกว่ารุ่นก่อน มีต้นกล้าที่ดีอยู่หลายคน”“อืม เจิ้งจงสมกับเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ กินโดยไม่ขมวดคิ้วเลยสักนิด หลินชีเยี่ยก็ไม่เลว แต่ที่ฉันไม่คิดว่าจะกินคือเสิ่นชิงจู่…”“หึ! เขาเป็นแค่ทหารเกเร!”“คุณหง ดูคนอย่าดูแค่ภายนอ