่สุดของโกดัง แล้วหยิบดาบไทชิเล่มใหญ่ออกมาจากมุมห้อง สะพายไว้บนหลัง แล้วหันหลังออกไปนอกโกดัง“ดาบประเภทนี้ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไปนะ” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างสงบ ขณะที่เธอเดินผ่านเขาไปมอลลี่หยุดฝีเท้า เหลือบมองหลินชีเยี่ย “ฉันชอบมัน มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”หลินชีเยี่ยหันมาสบตากับมอลลี่ แล้วยื่นมือขวาออกไป“ฉันหลินชีเยี่ย”“อ้อ” มอลลี่ตอบกลับอย่างเย็นชา ไม่คิดจะจับมือกับเขาหลินชีเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย“ผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤติงั้นเหรอ?”“ทำไมฉันต้องบอกนายด้วยล่ะ?”“เธอไม่อยากชนะเหรอ?”“บอกไปแล้วจะชนะรึไง? นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”“ในหน่วยเร้นลับ อย่างน้อยต้องมีสักสามคนที่มีผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤติ พวกเขาทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดถ้าพวกเราที่มีผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤติไม่ร่วมมือกัน ก็ไม่มีทางชนะหรอก” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างใจเย็นมอลลี่ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างฉงน จ้องมองหลินชีเยี่ย “นายก็มีผนึกต้องห้ามขั้นวิกฤติเหรอ?”“ไม่ใช่” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า ในยามที่มอลลี่กำลังจะหันหลังกลับ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “ฉันเป็นตัวแทนของเซราฟ”มอลลี่พลันหยุดชะงัก!เธอหันกลับมา ดวงตาเบิกกว้าง “นายเป็นตัวแทนของเทพเจ้างั้นเหรอ?”“ใช่แล้ว”มอลลี่พินิจหลินชีเยี่ยอย่างถี่ถ้วน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ค่อยๆ พูดขึ้นว่า“ผนึกต้องห้ามลำดับที่ 076 [สรรพสิ่งสั่นพ้อง] ภายในขอบเขตของผนึกต้องห้าม ฉันสามารถควบคุมความถี่การสั่นสะเทือนของวัตถุ