ผมตั้งใจจะให้ของอย่างอื่น แต่ของส่วนใหญ่ในค่ายฝึกอบรมนี้ใช้ไม่ได้เลย ดังนั้นนาฬิกาจึงเหมาะสมที่สุดน่ะ”กล่องของขวัญในอ้อมแขนของหลินชีเยี่ยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปสักพัก เขาจึงค่อยๆ เอ่ยปาก“ไป๋หลี่พั่งพั่ง บ้านนาย… ทำธุรกิจนาฬิกาเหรอ?”“ไม่ใช่ครับ บ้านเราทำธุรกิจนิดๆ หน่อยๆ เอง” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะ “แต่อย่าคิดมากนะ ผมเป็นแค่เด็กจากครอบครัวธรรมดา ไม่ใช่คุณชายตระกูลใหญ่อะไร ผมเป็นคนกันเอง… เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ผมเป็นคนติดดินน่ะ”‘ฉันไม่เชื่อนายหรอก…’หลินชีเยี่ยแอบกรอกตา และวางกล่องของขวัญในมือลง “ฉันไม่เอาของพวกนี้”“ทำไมล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งร้อนใจ “รับไปเถอะ ยังไงซะมันก็ไม่ได้มีค่าอะไร แค่ของขวัญพบกันครั้งแรก……”“ฉันไม่ชอบรับของขวัญ”“งั้น… งั้นผม……” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองหลินชีเยี่ย แล้วมองกล่องของขวัญในมือ เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาหลินชีเยี่ยเหลือบมองเขาแล้วถอนหายใจ “นายเก็บไว้ก่อนละกัน วันไหนฉันอยากได้ นายค่อยเอามาให้ฉัน”“งั้นก็ได้” ไป๋หลี่พั่งพั่งเก็บกล่องของขวัญอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เปิดกระเป๋าเดินทางอย่างเชื่องช้า ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน หรือผ้าห่ม เขาก็โยนทุกอย่างลงบนเตียง……แล้วก็นอนแผ่หงายลงไปหลินชีเยี่ยมุมปากกระตุก “นายทำบ้าอะไรเนี่ย?”“ก็นอนไง” ไป๋หลี่พั่งพั่งตบกองผ้าที่ไม่รู้ว่าคืออะไร “ปูเตียงเสร็จแล้ว นอนสบายดีเหมือนกันนะ…”หลินชีเยี่ย “……”หลินชีเยี่ยไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ