้าน ยิ่งเด็กอ้วนคนนี้ดูน่าสงสัย เขาก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องยุ่งยาก จึงหลับตาลงและแสร้งทำเป็นหลับผ่านไปสักพัก ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ลุกขึ้น แล้วเรียกเบาๆ ว่า “พี่ชีเยี่ย… ชีเยี่ย”หลินชีเยี่ยหลับตา ไม่ขยับเขยื้อนไป๋หลี่พั่งพั่งลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง เดินเขย่งเท้าไปที่ตู้แล้วเปิดออก‘เด็กอ้วนนั่นจะทำอะไร?’หลินชีเยี่ยยังคงหลับตา ใช้การรับรู้ทางจิตสังเกตการเคลื่อนไหวทุกอย่างของไป๋หลี่พั่งพั่งเพียงไม่นาน ไป๋หลี่พั่งพั่งก็อุ้มกล่องของขวัญที่เพิ่งยัดกลับไป เดินมาที่ข้างเตียงของหลินชีเยี่ย แล้วค่อยๆ ยัดกล่องของขวัญทีละกล่องใต้เตียงของเขา……หลินชีเยี่ย “……”‘เด็กอ้วนคนนี้……ดื้อจริงๆ!’ความชั่วร้ายผุดขึ้นในใจของหลินชีเยี่ย จึงลืมตาขึ้นมองไป๋หลี่พั่งพั่งที่อยู่ข้างๆ“นายกำลังทำอะไร?”ไป๋หลี่พั่งพั่งสะดุ้งสุดตัว ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แววตาหวาดหวั่นจ้องมองหลินชีเยี่ย สมองทึ่มๆ พยายามใคร่ครวญอย่างหนัก……เขาจึงขยับตัวเข้าไปใกล้เท้าของหลินชีเยี่ยอย่างเกร็งๆ……สูดดม……“ชีเยี่ย เท้าของคุณหอมจัง”หลินชีเยี่ย “……”หลินชีเยี่ยยืนนิ่งตะลึงงัน แม้เขาจะฉลาดปราดเปรื่องเพียงใด แต่ในเวลานี้เขาก็ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร‘นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?’เห็นหลินชีเยี่ยยืนนิ่ง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นเท้าของตัวเองไปตรงหน้าหลินชีเยี่ยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง“เอ่อ……งั้น……คุณอยากจะลองดมเท้าของผมบ้างมั้ย?”ความปรารถนาที่จะฆ่