าจจะรู้แล้วว่าหัวอสรพิษหายไป…” อันชิงอวี๋พึมพำกับตัวเองดวงตาของเขาเปล่งประกาย ตรึกตรองสักพักก่อนจะวิ่งตรงไปยังสนามเด็กเล่น‘ในเมื่อหนีออกไปไม่ได้ ก็ต้องซ่อนตัว! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าปราการนั่นจะคงอยู่ได้นาน ตราบใดที่ซ่อนตัวจนกว่าพวกเขาจะจากไป ฉันก็หนีรอดแล้ว!’อันชิงอวี๋วิ่งไปยังพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณขอบสนามเด็กเล่น เปิดฝาท่อระบายน้ำที่ซ่อนอยู่ในพงหญ้า แล้วออกแรงดึงขึ้นทันใดนั้น กลิ่นเหม็นพลันพวยพุ่งออกมาจากท่อระบายน้ำ!เขาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกคลื่นเหียน บังคับตัวเองให้สงบลง แบกกระเป๋าเป้แล้วกระโดดลงไปในท่อระบายน้ำ ก่อนจะปิดฝาท่อตามเดิมภายในท่อระบายน้ำที่มืดชื้นแฉะ กลิ่นเหม็นโชยเข้ามาในโพรงจมูกราวกับจะกลืนลมหายใจ อันชิงอวี๋กัดฟันแน่นกอดกระเป๋าเป้ไว้ในอ้อมแขน พยายามอดทนต่อไปแม้ในความมืดมิด ดวงตาของเขายังคงสุกสว่างราวกับดวงดาราทันใดนั้น เสียงดนตรีอันไพเราะก็ลอยมาแต่ไกล ดวงตาของอันชิงอวี๋เบิกกว้างห้วงภวังค์ ประหนึ่งได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบข้างหู ร่างกายรู้สึกง่วงงุนอย่างควบคุมไม่ได้ ในขณะที่กำลังจะผล็อยหลับไป……ทว่าในวินาทีนั้น พลังลึกลับก็พลุ่งพล่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับมีธารน้ำใสสะอาดไหลทะลักเข้าสู่สมอง ชำระล้างห้วงภวังค์และเสียงกระซิบทั้งหมดให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย!อันชิงอวี๋ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ความขุ่นมัวในดวงตาหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกระจ่างชัด!ก้นบึ้งดวงตา เหมือนจะถู