“ฉันจะช่วยดูต้นทางให้นะคะ”เธอปิดประตูห้อง แล้วเดินไปหลบที่ข้างหน้าต่าง หยิบกระจกบานเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า สังเกตการณ์โดยรอบอย่างระมัดระวังผ่านการสะท้อนของกระจกส่วนหงอิงก็รีบค้นของอย่างรวดเร็ว โต๊ะทำงาน ลิ้นชัก ตู้เอกสาร กระถางดอกไม้……เธอค้นทุกที่ที่สามารถค้นหาได้ นอกจากเอกสารที่ไร้ประโยชน์แล้ว ก็ไม่พบสิ่งที่มีค่าอะไรเลยทันใดนั้น เธอก็หยุดชะงัก สูดดมกลิ่นอย่างระมัดระวัง“เสี่ยวหนาน เธอได้กลิ่นอะไรไหม?” หงอิงขมวดคิ้วมุ่น“คะ? เหมือนจะไม่มีนะ” ซือเสี่ยวหนานสูดดมในอากาศ แล้วตอบอย่างงุนงงหงอิงขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อยๆ เอจึงย่อตัวลง ค่อยๆ เดินตามกลิ่นเหม็นที่โชยมาเป็นระลอก ในที่สุดสายตาก็หยุดลงที่แผ่นกระเบื้องใต้เก้าอี้แผ่นกระเบื้องนี้ดูสะอาดสะอ้าน และดูราวกับจะมีร่องรอยการงัดแงะเธอหยิบมีดพกออกมา งัดตรงขอบกระเบื้องอย่างแรง ดันให้เผยอมุมออกมาเล็กน้อย กลิ่นที่ชวนคลื่นเหียนพลันพวยพุ่งออกมา!หงอิงกัดฟันทนกลิ่นเหม็น ใช้ปลายมีดเขี่ยของที่อยู่ใต้แผ่นกระเบื้องออกมาอย่างเบามือ มันคือแผ่นเนื้อนิ่มสีน้ำตาลเหลืองทั้งแผ่น……เมื่อกางแผ่นออก ดวงตาของหงอิงก็เบิกกว้าง!“ผิวหนัง……นี่มันหนังมนุษย์!” หงอิงเงยหน้าขึ้นมองซือเสี่ยวหนานอย่างรวดเร็ว “พวกผู้ติดเชื้อลอกคราบได้ด้วยเหรอ?!”ซือเสี่ยวหนานขมวดคิ้ว “งู?”“อาจจะใช่ รายงานเรื่องนี้ให้อู๋เซียงหนาน บางทีเขาอาจจะรู้จักสิ่งมีชีวิตในตำนานตัวนี้” หงอิงรีบยัดแผ่นหนังกลับเ