บปี…” คุณป้าพึมพำ พลางหันไปมองหยางจิ้น แล้วพึมพำกับตัวเอง “อีกสิบปี อาจิ้นน่าจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วสินะ…”เวินฉีโม่และเฉินมู่เหยี่ยสนทนากับคุณป้าอีกเล็กน้อย สักพักก็ลุกขึ้นกล่าวลา“จริงสิ ที่นั่นพอจะโทรศัพท์ติดต่อกันได้ไหม?” ป้านึกบางอย่างได้จึงเอ่ยถามขึ้น“ติดต่อได้ครับ” เวินฉีโม่พยักหน้า “เดี๋ยวผมให้เบอร์คุณป้าไว้ ถ้าไม่ใช่เวลาฝึก คุณก็สามารถติดต่อเขาได้เลยครับ”“ดี… ดีมาก”ป้าเดินไปส่งทั้งสองคนจนถึงหน้าประตู แล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวสักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านอย่างเชื่องช้าแล้วทรุดตัวลงนั่ง เหม่อมองไปยังห้องของหลินชีเยี่ยดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆ แดงก่ำ“แม่ครับ……พี่ชายไปเป็นทหาร นี่เป็นเรื่องดีนะครับ” หยางจิ้นกอดเจ้าดำน้อยเดินเข้าไปปลอบโยน“แม่รู้จ้ะ” ป้าเช็ดหางตา “ลูกโตแล้ว ก็ต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง ไปฝึกฝนตัวเองในกองทัพนี่แหละดีแล้ว”“พอเขากลับมา ก็ถือว่าเป็นทหารผ่านศึก ถึงตอนนั้นแม่จะหาภรรยาดีๆ สักคนให้ รับรองว่าต้องมีสาวๆ มาต่อคิวแย่งกันเพียบแน่!”หยางจิ้น “……”“แม่แค่……เป็นห่วงเขาน่ะสิ” ป้าเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย……“ได้เวลาไปแล้ว”เฉินมู่เหยี่ยเดินลงบันไดมา ตบไหล่หลินชีเยี่ยที่แอบมองอยู่ตรงหน้าต่างหลินชีเยี่ยจ้องมองระเบียงบ้านป้าเป็นครั้งสุดท้าย เอ่ยถามเบาๆ ว่า “เป็นยังไงบ้างครับ?”“เธอเชื่อแล้วล่ะ”“ดีแล้ว……แล้วเรื่องเงิน……”“ให้แล้ว” เฉินมู่เหยี่ยชะงักครู่หนึ่ง “นั่