นักแบบนี้ นายจะออกไปทำอะไร?”“ผมมีธุระ สำคัญมาก!”“แล้ว……แล้วอาหารมื้อนี้ล่ะ?”“รอผมกลับมากินก็ได้!”ในขณะที่ป้ามองอย่างสงสัย หลินชีเยี่ยก็สวมรองเท้าจนเสร็จ รีบเปิดประตูบ้านเตรียมออกไปตอนนั้นเอง เสียงของหยางจิ้นพลันดังขึ้น“พี่ ข้างนอกฝนตกหนัก ไม่ต้องไปก็ได้นะ”“ไม่ได้ ฉันต้องไปให้ได้”“ไม่ว่าจะเรื่องอะไร… ย่อมมีคนอื่นไปจัดการอยู่แล้ว ถึงแม้โลกใบนี้จะขาดพี่ไป แต่โลกก็ยังคงหมุนต่อไปได้นะ”“แต่บางเรื่อง ฉันต้องไปจัดการด้วยตัวเอง” หลินชีเยี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ มุมปากเผยรอยยิ้ม “ไม่ต้องเป็นห่วง แค่เรื่องเล็กน้อยเอง พอจัดการเสร็จแล้วฉันจะรีบกลับมา”“เราไม่ค่อยได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้ ผมไม่อยากให้เสียของ”“ฉันไปล่ะ”หลินชีเยี่ยรีบปิดประตูแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็วหลังจากที่หลินชีเยี่ยจากไปแล้ว ป้าถึงนึกขึ้นมาได้ จึงรีบเดินไปที่ประตู ตะโกนลงไปข้างล่าง“เด็กโง่! ข้างนอกฝนตกหนักขนาดนี้ เอาร่มไปด้วยสิ!”เสียงฝีเท้าของหลินชีเยี่ยค่อยๆ จางหายไปในทางเดิน ไม่มีเสียงตอบกลับป้าถอนหายใจอย่างจนปัญญา เดินกลับไปนั่งที่เดิม ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าอาหารตรงหน้าไม่น่ากินอีกต่อไปส่วนหยางจิ้นนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มองสายฝนที่โปรยปรายข้างนอกหน้าต่างอย่างเงียบงัน……สายฝนแชะ แชะ แชะ!จ้าวคงเฉิงกดไฟแช็กหลายครั้ง ประกายไฟเพิ่งลุกโชน ทว่ากลับถูกน้ำฝนที่เทลงมาดับสิ้นเขาคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก ถอนหายใจอย่างหมดหวังวันนี้นับว่า……โชคไม่ดีเ