กัน หลินชีเยี่ย”“นายฉลาดกว่าฉันในตอนนั้น รู้จักคิดมากกว่าฉัน นายมีความคิดของตัวเอง นายอยากอยู่เคียงข้างครอบครัวของนาย”“นี่มันดีจริงๆ”“ในเมื่อนายเลือกทางนี้แล้ว ก็จงเดินต่อไปให้ดี”“เรื่องการปกป้องโลก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราก็พอ”เขาหันกลับไปหยิบกระดาษคราฟต์บนโต๊ะ แล้วยื่นให้หลินชีเยี่ย“ฉันเพิ่งเจอป้าของนายมา คนดีแบบนี้หายากมากในยุคนี้ ฉันรู้ถึงสถานการณ์ของครอบครัวนายในตอนนี้ เงินนี่นายเอาไปเถอะ”หลินชีเยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ผมไม่เอาครับ”“ฉันเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี ฉันไม่ขาดเงิน”“งั้นผมก็ไม่เอาครับ”“นี่ฉันให้ป้าของนาย นายต้องรับไว้!”“ป้าของผมก็ไม่รับเหมือนกัน”จ้าวคงเฉิงมุมปากกระตุก จ้องมองหลินชีเยี่ยอยู่นาน ไม่มีใครยอมใครผ่านไปสักพัก จ้าวคงเฉิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หลินชีเยี่ย……ฉันแก่แล้ว ไม่อยากเห็นความผิดหวังที่ตัวเองเคยประสบเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง แม้ว่าจะเกิดขึ้นกับคนอื่นก็ตาม”“งั้นคุณก็หลับตาลงสิ ไม่ต้องมอง” หลินชีเยี่ยมีท่าทีแน่วแน่ “ถึงครอบครัวเราจะยากจน แต่เราก็มีจุดยืนของตัวเอง ผมจะไม่รับเงินของทหาร”“ยิ่งไปกว่านั้น ตาของผมหายดีแล้ว ผมมีความสามารถ ผมจะไม่ปล่อยให้เกิดความผิดหวังขึ้น”จ้าวคงเฉิงอ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ฝืนยิ้มออกมา“เงินพวกนี้คุณเอาไปให้ภรรยาและลูกๆ ของคุณใช้ไม่ดีกว่าเหรอ?” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“ฉันบอกแล้วไงว่าสวัสดิก