ูดอย่างจริงจัง “ฉันขอเตือนนายนะ คุณครูหวังพูดแล้วว่า ถ้าคราวนี้สอบได้ที่โหล่ นายต้องเอาโต๊ะไปวางไว้ข้างๆ โต๊ะครูน่ะ”“รู้แล้วๆ” หลี่อี้เฟยยิ้มแห้ง“แต่ฉันก็ไม่คิดหรอกนะว่าหมอกนั่นจะฟื้นกลับมาได้อีก” วังเส้าที่เดินนำหน้าสุดเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “ถ้าจะให้พูด หมอกก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เมื่อไปถึงจุดวิกฤตระดับหนึ่งแล้ว มันก็จะค่อยๆ สลายไปเหมือนกับยุคน้ำแข็งนั่นแหละ เมื่อธารน้ำแข็งปกคลุมแผ่นดิน เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น น้ำแข็งก็จะค่อยๆ ละลาย แล้วยุคสมัยใหม่ก็จะมาถึง”“ฉันรู้จักทฤษฎีที่นายพูดถึงนะ เหมือนจะเรียกว่าทฤษฎีภัยพิบัติทางธรรมชาติใช่ไหม? ตอนนี้ก็ได้รับการยอมรับค่อนข้างสูงเลยล่ะ” เจี่ยงเชี่ยนพยักหน้า“แต่ถ้า……หมอกนั่นไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติล่ะ?” หลินชีเยี่ยที่เงียบงันมาโดยตลอดพลันเอ่ยขึ้นวังเส้าชะงัก จากนั้นก็หัวเราะพลางพูดว่า “ชีเยี่ย นายคงไม่ได้เชื่อคำพูดของนักเทววิทยาพวกนั้นจริงๆ หรอกนะที่ว่าหมอกนี่เกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติน่ะ”“ตอนนี้เป็นศตวรรษที่ 21 แล้ว พวกเราต้องเชื่อวิทยาศาสตร์ ในโลกนี้ไม่มีเรื่องภูตผีปีศาจอะไรนั่นหรอก” หลิวหย่วน เพื่อนร่วมชั้นอีกคนแทรกขึ้นมาหลินชีเยี่ยไม่ได้ตอบ ในโลกนี้จะมีสิ่งที่อยู่นอกเหนือวิทยาศาสตร์หรือไม่ เขาเข้าใจดีกว่าใคร เพียงแต่เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องบอกคนภายนอกหลี่อี้เฟยพึมพำเสียงเบา “ฉันว่านะ ถ้ามีสิ่งพวกนั้นจริงๆ โลกคงจะน่าสนใจขึ