นึ่งแม้ว่าวันนี้จะลืมตาไม่สำเร็จ แต่เขากลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า……การลืมตาอย่างแท้จริงนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ หลินชีเยี่ยก็เข้านอนเร็วเหมือนทุกวัน ชีวิตคนตาบอดหลายปีมานี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป อย่างน้อยเขาก็มีนิสัยที่ดีในการนอนหลับเร็วแต่เมื่อล้มตัวบนเตียง ภาพนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวใต้นภาอันมืดมิดของจักรวาล บนพื้นผิวจันทราอันเงียบสงัด ผืนดินสีขี้เถ้าสะท้อนแสงดาวอันริบหรี่ ใจกลางหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ มีร่างหนึ่งยืนนิ่งดั่งงานประติมากรรมร่างนั้นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่ามีมาตั้งแต่บรรพกาล รัศมีสีทองอันศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกาย พลังอันศักดิ์สิทธิ์นั้นเพียงพอที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดหมอบอยู่บนพื้นข้างหลังของเขา ปีกขนาดมหึมากางออก บดบังแสงสุริยันที่ส่องมาจากด้านหลัง ทิ้งเงาขนาดใหญ่ไว้บนพื้นสีเทาเงินทว่า สิ่งที่ประทับอยู่ในใจของหลินชีเยี่ยจนมิอาจลบเลือนได้ คือดวงตาของพระองค์ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมล้นด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ลุกโชนราวกับเตาหลอม ดั่งดวงตะวันเจิดจรัสในระยะใกล้!เขาเห็นดวงตาคู่นั้น ในชั่วขณะ โลกของเขาคงเหลือเพียงความมืดมิดสิบปีก่อน เขาพูดความจริง แต่กลับถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางจิตทว่า ในใจเขาตระหนักดีว่า อะไรคือความจริง อะไรคือความเพ้อฝันนับตั้งแต่ได้เห็นทูตสวรรค์เซราฟบนดวงจันทร์ เขาก็ได้รู้ว่า โลกใบนี้… ไม่ได้ง่ายด