ายดังที่เห็นหลินชีเยี่ยค่อยๆ จมอยู่ในห้วงนิทราเขาไม่รู้เลยว่า ขณะที่เขาล่องลอยสู่ห้วงภวังค์ ภายในห้องอันมืดมิด มีรัศมีสีทองสองสายส่องออกมาจากรอยแยกของดวงตาเขา เพียงวูบหนึ่งแล้วหายไป……ตึก ตึก ตึก……ในโลกที่ปกคลุมด้วยหมอกควัน หลินชีเยี่ยเดินอยู่เพียงลำพังหมอกควันคละคลุ้งรอบตัว ดูราวกับไร้ที่สิ้นสุด ถึงแม้จะเดินท่ามกลางความว่างเปล่า แต่ทุกครั้งที่หลินชีเยี่ยย่ำเท้า บังเกิดเสียงกระทบก้องกังวาน ราวกับว่าใต้เท้ามีพื้นที่มองไม่เห็นหลินชีเยี่ยก้มพินิจตนเอง พลางถอนหายใจ“ฝันนี้อีกแล้ว……ต้องเคาะประตูทุกคืน เหนื่อยแล้วเข้าใจไหม?” หลินชีเยี่ยส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงชั่วครู่ หมอกควันรอบตัวหมุนวน ตึกสมัยใหม่ที่มีสไตล์แปลกประหลาดปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินชีเยี่ยที่บอกว่าแปลกประหลาด เพราะถึงแม้จะเป็นตึกสไตล์สมัยใหม่ แต่รายละเอียดบางอย่างกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายพิศวงอย่างประตูเหล็กใหญ่ที่แกะสลักเทพเจ้าทั่วท้องฟ้า โคมไฟฟ้าที่ลุกโชนดั่งลูกไฟ และกระเบื้องลายครามที่ลอยอยู่ใต้เท้าเขา……ราวกับว่าสไตล์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ถูกผสมผสานกับองค์ประกอบของเทวสถานในตำนานโบราณ สร้างความย้อนแย้ง ทว่ากลับมีความงามที่ยากจะอธิบายหลินชีเยี่ยคุ้นเคยกับสถาปัตยกรรมประเภทนี้ มันดูคุ้นตาอย่างมากคล้ายกับโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงที่เขาเคยอาศัยอยู่นับปี หลักฐานที่แจ่มชัดที่สุดคือ ข้อความ ‘โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวง’ ที่เคยเขีย