มต้น ตั้งแต่พ่อแม่ของหลินชีเยี่ยหายตัวไปจนได้มาอาศัยอยู่บ้านป้า ทั้งสองก็เติบโตมาด้วยกัน มีความสัมพันธ์สนิทสนมยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ“มาแล้ว” หลินชีเยี่ยตอบรับหลินชีเยี่ยเพิ่งนั่งลงข้างโต๊ะอาหารเล็กๆ จู่ๆ ก็สัมผัสถึงความอบอุ่นจากฝ่าเท้า ตอนแรกชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ต่อมามุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อยหยางจิ้นก้มมองใต้โต๊ะ แล้วหัวเราะประชดว่า“เจ้าดำน้อย ปกติขี้เกียจไม่ยอมขยับ แต่พอถึงเวลากินข้าวกลับมาเร็วกว่าคนอื่น”ลูกหมาจรจัดสีดำโผล่ออกมาจากใต้โต๊ะ ลิ้นห้อยนอกปาก หอบหายใจหนัก เข้ามาเบียดแนบหลินชีเยี่ย แล้วเลียเท้าของเขาพร้อมทำท่าประจบประแจงสามคน หนึ่งหมา นี่คือครอบครัวเรียบง่าย ลำบาก แต่กลับทำให้รู้สึกอุ่นใจสิบปีผ่านมาเช่นนี้หลินชีเยี่ยลูบหัวมัน หยิบชิ้นเนื้อที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นบนจาน วางลงในถ้วยของลูกพี่ลูกน้องหยางจิ้น“เอากระดูกให้มันแทะซะ”หยางจิ้นไม่ปฏิเสธ ด้วยมิตรภาพพี่น้องของพวกเขา หากพูดมากความก็จะดูเป็นการเกรงใจกันเกินไปเขาสนใจเรื่องอื่นมากกว่า“พี่ ตาของพี่หายดีจนเกือบปกติแล้วจริงๆ เหรอ?”หลินชีเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “อืม ตอนนี้มองเห็นแล้ว แต่ยังไม่ค่อยทนแสง ผ้าไหมสีดำนี่ต้องพันไว้อีกสักพัก”“อีกสักพักอะไรกัน เสี่ยวชี ป้าบอกแล้วนะ ตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ ถึงแม้ตอนนี้นายจะมองเห็นแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบถอดผ้าไหมสีดำออก ถ้าหาก… หากโดนแสงแดดจนทำให้ตาพังอีกคงน่าเสียดายแย่” ป้ารีบกำชับ“ผมเข้าใจแล้วครับ คุณป้า”“จ