อ้อ’ แล้วหันกลับไปทางห้องนอน……“สวัสดีครับ ผมแซ่หลี่ เป็นหมอจากโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงครับ”เมื่อหลินชีเยี่ยเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กในห้องนอนก็ผุดลุกขึ้น เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าของเขาสวมแว่นตากรอบดำขนาดใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นคนสุภาพเรียบร้อยหลินชีเยี่ยเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “ปกติไม่ใช่หมอหันเหรอ?”“หมอหันเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการตั้งแต่ปีที่แล้วครับ” หมอหลี่ยกยิ้มเล็ก แววตาเผยความอิจฉาเล็กน้อยหลินชีเยี่ยพยักหน้าเบาๆ กล่าวรับคำหมอหันอายุมากแล้ว ทักษะการรักษานั้นเยี่ยมยอด การเลื่อนขั้นเป็นรองผู้อำนวยการไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจการเปลี่ยนหมอหนุ่มมาตรวจให้ตัวเองเป็นประจำก็เป็นเรื่องปกติเมื่อเห็นหลินชีเยี่ยนั่งลง หมอหลี่จึงกระแอมเบาๆ หยิบแฟ้มประวัติผู้ป่วยออกมาจากกระเป๋า“ขอโทษนะครับ เนื่องจากผมเพิ่งมา จึงไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ของคุณเท่าไหร่ ผมขอทำความเข้าใจคร่าวๆก่อนนะครับ” หมอหลี่เอ่ยขออภัยหลินชีเยี่ยพยักหน้า“ชื่อ… หลินชีเยี่ยใช่ไหมครับ?”“ใช่ครับ”“ปีนี้อายุ 17 ปี”“ใช่ครับ”“อืม… ตามประวัติผู้ป่วยระบุว่า คุณตาบอดทั้งสองข้างเมื่อสิบปีก่อน และถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลของเราด้วยเหตุผลบางประการใช่ไหม?”“ใช่ครับ”หมอหลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คุณเคยเปลี่ยนชื่อหรือเปล่า?”“……ไม่เคยครับ ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?” หลินชีเยี่ยงุนงงหมอหลี่เกาหัวด้วยความเขินอาย “เอ่อ… ดูเหมือนผม