“พี่เมิ่งฝาน” หลี่เสวี่ยโหรวเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “ตัวเสี่ยวชิงนั้นมหึมานัก การจะพามันลอบออกจากแดนอสูรแห่งนี้คงมิใช่เรื่องง่าย และอาจดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไป”
เมิ่งฝานขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางครุ่นคิด ร่างกายที่ยาวหลายเมตรของมังกรน้ำเขียวนั้นสะดุดตาเกินไปจริง ๆ หากพาเดินสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปย่อมเกิดปัญหาตามมามิจบสิ้น
ทว่าราวกับจะหยั่งรู้ใจนาย ทันทีที่เห็นเมิ่งฝานแสดงท่าทีกังวล ร่างกายอันโอ่อ่าของเสี่ยวชิงก็เริ่มสั่นสะเทือนและหดตัวลงอย่างฉับพลัน!
เมิ่งฝานเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เจ้าอสูรตนนี้มีพรสวรรค์ที่น่าตื่นตะลึงเกินความคาดหมายจริง ๆ ความสามารถในการยืดหดขนาดย่อขยายร่างกายได้ตามใจนึกเช่นนี้ มิต่างอะไรกับ ‘กระบองเทพสมุทร’ ของราชาวานรในตำนานเลยมิใช่หรือ?
เพียงอึดใจเดียว เสี่ยวชิงก็หดร่างจนเหลือขนาดเพียงเท่าปลายนิ้วก้อย เมื่อเทียบกับร่างเดิมที่ประดุจขุนเขายามนี้มันช่างจิ๋วหลิวราวกับธุลีดิน ทว่าแม้กายจะเล็กลง แต่ความเร็วกลับทวีคูณ พริบตาเดียวมันก็พุ่งวับไปขดตัวอยู่บนไหล่ของเมิ่งฝาน พร้อมกับปรายตามองหลิวเยียนผิงด้วยสายตาหยิ่งยโสอย่างผู้เหนือกว่า