ุณสมบัติของธาตุต่างๆ ออกมาใช้งานได้ดั่งใจนึก
ตัวอย่างเช่น พายุหมุนที่มองไม่เห็นซึ่งช่วยพยุงตัวเรืออยู่นั้น ก็คือพลังงานเวทมนตร์ที่ถูกแปลงสภาพเป็นธาตุลม และด้วยแรงยกจากสายลมขุมนี้นี่เอง ที่ทำให้เรือเหาะยักษ์สามารถร่อนลงจอดบนลานหน้าหอคอยได้อย่างนิ่มนวลและมั่นคง
จอมเวทแอนเดอร์สันที่ปกติตัวติดอยู่แต่ในหอคอย บัดนี้ได้มายืนหน้านิ่งอยู่ตรงทางเข้า เขามองดูเรือเหาะที่จอดตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ และเมื่อเห็นร่างหนึ่งเหาะลิ่วลงมาจากเรือ สีหน้าของเขาก็ยิ่งดูบิดเบี้ยวหนักเข้าไปอีก
“เป็นแกจริงๆ ด้วย… ฉันก็สังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียวว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีจุดรับภารกิจโผล่ขึ้นมาที่นี่ ที่แท้แกก็มามุดหัวอยู่ที่นี่เอง เป็นไงล่ะ คราวนี้หนีไม่พ้นแล้วสินะ?”
ผู้ที่เหาะลงมาจากกลางอากาศคือชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำล่ำสัน คิ้วหนาตาโต สวมชุดเกราะสีทองอร่ามลวดลายวิจิตร กล้ามเนื้อที่อัดแน่นปานเหล็กกล้าแทบจะระเบิดออกมานอกชุดเกราะ ทั่วร่างแผ่ซ่านด้วยพลังกายภาพระดับที่พร้อมจะพังภูเขาเผากระท่อมได้ด้วยมือเปล่า
แอนเดอร์สันกระแทกไม้เท้าในมือด้วยความเดือดดาล ตะโกนลั่น “พวกแกมันไอ้พวกหัวขโมย! ไอ้พวกโจร!… ฉันย้ำไปเป็นร้อยรอบแล้วว่าที่นี่คืออาณาเขตส่วนตัว! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนของฉันให้กลายเป็นจุดรับภารกิจสาธารณะ… คอยดูเถอะ ฉันจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสมาคมภาคีหอคอยซานลิน!”
ชายกล้ามโตแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “จะกลัว