มันเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางที่พยายามจะให้ดู ‘น่าเอ็นดู’ ที่สุด พร้อมกับส่งยิ้มประหลาดพิกลมาให้ แม้รอยยิ้มของอสูรกายจะดูน่าขนพองสยองเกล้าอยู่บ้าง ทว่าเมิ่งฝานกลับอ่านเจตนาในแววตาของมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง มันกำลังประจบสอพลออย่างสุดชีวิตเพื่อวอนขอลมหายใจ!
นี่มัน…
โบราณว่าไว้มิให้ตีคนที่ยิ้มให้ แม้จะเป็นอสูรก็ตาม ท่าทีขี้ขลาดตาขาวถึงขีดสุดของมันทำให้เมิ่งฝานถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบเจออสูรที่กลัวตายได้โล่ขนาดนี้ ทั้งที่บาดแผลจากกระบี่ของเขานั้นมิได้ฉกรรจ์ถึงชีวิตเสียด้วยซ้ำ!
มันช่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีแห่งเผ่าพันธุ์อสูรโดยสิ้นเชิง ทว่านั่นก็ทำให้เขาตระหนักได้ว่า มิต้องกล่าวถึงมนุษย์ แม้แต่อสูรก็มีนิสัยแตกต่างกันไป ในหมู่คนมีทั้งพวกขี้ขลาดเห็นแก่ตัวและวีรบุรุษผู้กล้า อสูรกายก็คงมิต่างกัน!
“เมิ่งฝาน เจ้ามังกรน้อยนี่รู้ความยิ่งนัก ดูท่าสติปัญญาจะสูงส่งไม่เบา เจ้ามิคิดจะรับมันไว้เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณแก้เบื่อหรือ? สำนักซู่ซันของเราขึ้นชื่อเรื่องการปราบอสูร สานุศิษย์ไม่น้อยก็มักจะสยบพวกมันมาเป็นบริวารกันทั้งนั้น” หลิวเยียนผิงเอ่ยเสนอด้วยรอยยิ้มสดใส