ตลอดสามวันที่ผ่านมา พวกเขาเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายประหนึ่งการจาริกแสวงบุญ พบเจออสูรกายหลงเหลืออยู่เพียงประปราย และสังหารไปได้เพียงสิบสามตัวเท่านั้น
เป็นไปตามคาด… เมื่อพ้นจากอาณาเขตป่ามรณะ โอกาสที่จะพบเจออสูรกายก็น้อยลงอย่างยิ่ง
เมิ่งฝานแทบมิได้ขยับเขยื้อนศัสตราเลยแม้แต่น้อย อสูรกายทั้งสิบสามตัวนั้นล้วนปราชัยให้แก่คมกระบี่ของสองดรุณีข้างกาย
ด้วยอสูรระดับต่ำเช่นนี้ เขาย่อมคร้านจะลงมือ หากมิใช่อสูรชั้นสูงระดับเดียวกับพญางูขาว เมิ่งฝานย่อมรู้สึกว่าการชักกระบี่ออกมานั้นเป็นการสิ้นเปลืองแรงเปล่า!
“ศิษย์พี่เมิ่งฝาน! ท่านดูบึงน้ำข้างหน้านั่นซิ”
ท่ามกลางความเงียบสงัดของหุบเขา หลี่เสวี่ยโหรวพลันร้องเรียกพลางชี้ชวนให้ดูบางอย่าง
เมิ่งฝานทอดสายตาตามไป พบกับบึงน้ำนิ่งสงบที่มีแสงแดดตกกระทบผิวน้ำจนระยิบระยับดุจเกล็ดแก้ว
บนผิวน้ำนั้นมีใบบัวเขียวขจีเรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าท่ามกลางหมู่มวลใบบัวกลับมีดอกบัวดอกหนึ่งชูช่อบานสะพรั่งอย่างโดดเดี่ยว