ด้
แต่ใครจะไปคิด ว่าในบึงเวทมนตร์ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นแห่งนี้ เธอจะต้องมาเผชิญกับความพ่ายแพ้ย่อยยับถึงเพียงนี้ เธอเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายบรรพกาลที่พร้อมจะกินคน อยากจะถลกหนังเลาะกระดูกไอ้คนสารเลวตรงหน้านี้ แล้วบดขยี้เลือดเนื้อให้แหลกเหลวกลืนกินลงไปคำเดียว บางทีอาจจะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะช่วยให้ไฟโกรธในอกของเธอมอดลงได้บ้าง
“ไอ้หนู บอกมาตามตรง นายใช้วิธีไหนตรวจจับช่องโหว่บนกำแพงมิติของฉัน?”
บนใบหน้าเล็กๆ ที่บิดเบี้ยวของอลิซบีบเค้นรอยยิ้มออกมา มือเล็กๆ ทั้งสองข้างขยับไปมาเบาๆรอยแยกมิติสยองสายหนึ่งที่เลื้อยไปมาไม่หยุดนิ่งปรากฏขึ้นในมือของเธอราวกับงูตัวน้อยที่เชื่องเชื่อ
“ขอแค่นายพูดความจริง ฉันรับรองว่าจะไม่ลงมือกับนายอีกในวันนี้ คนอย่างฉันอลิซพูดคำไหนคำนั้นเสมอ!”
“วางใจก็บ้าแล้ว! เธอไม่ลงมือทำร้ายฉัน แต่จับฉันโยนเข้าไปในฝูงสัตว์ประหลาดมั่วๆ สักที่ ฉันก็ไม่รอดเหมือนกัน ฮึ แผนชั่วแบบนี้ฉันก็มีขายเป็นกุรุส…” กริมสบถด่าในใจอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อมองดูรอยแยกมิติสยองที่เชื่องเหมือนงูน้อยในมือขาวผ่องของอีกฝ่าย เขากลับไม่กล้าพูดอะไรเพ้อเจ้อแม้แต่คำเดียว
คุณพระช่วย อัจฉริยะก็คืออัจฉริยะ ถึงขนาดกล้าเอารอยแยกมิติสยองมาเล่นในมือ! นั่นมันรอยแยกมิตินะเว้ย! เทียบได้กับอาวุธเจาะเกราะที่คมที่สุดในโลก! ไม่ว่าจะเป็นโล่โลหะผสมที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า หรือร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง ขอเพียงไม่ม