บทที่ 91 ทวารบาลทมิฬ และคมกระบี่ที่มองไม่เห็น
มิต้องสงสัยเลยว่า วัวทมิฬมหึมาสองตัวนี้ย่อมมีตบะแก่กล้ากว่าพวกอสูรหัวโคที่เขาเคยพบเจอมาหลายขุมนัก แม้คำกล่าวที่ว่า ‘มนุษย์คือจิตวิญญาณแห่งสรรพสิ่ง’ จะเป็นจริง ทว่าในโลกของอสูร มิได้หมายความว่ายิ่งพวกมันมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงมนุษย์มากเท่าไหร่จะยิ่งแข็งแกร่งเสมอไป บางครั้งรูปกายบรรพกาลที่ดุดันเช่นนี้กลับแฝงไว้ด้วยพละกำลังที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่า
เช้ง!
เมิ่งฝานสะบัดกระบี่หงชี่ออกอาการ เสียงใบกระบี่กรีดอากาศดังกังวานใสไปทั่วลานกว้าง
เจตจำนงสังหารอสูร!
เจตจำนงพังทลายขุนเขา!
เจตจำนงอสนีบาตคลั่ง!
เพียงกระบวนท่าแรกที่ฟาดฟันออกไป ก็คือวิถีกระบี่เดียวกับที่เขาใช้ปลิดชีพพญางูขาวอย่างเด็ดขาด คมกระบี่พุ่งทะยานเข้าปะทะแรงโถมของวัวทมิฬทั้งสองจนหยุดชะงักงัน ก่อนที่ศีรษะอันมหึมาของพวกมันจะหลุดกระเด็นปลิวว่อนพร้อมกันในพริบตา โลหิตสีเข้มสาดกระจายย้อมพื้นลานกว้างจนแดงฉาน
เมิ่งฝานขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เหตุใดมันถึงง่ายดายเกินคาดเช่นนี้?