เขารู้ดีว่าเพลงกระบี่ของตนนั้นรุดหน้าไปไกล และมั่นใจว่าย่อมสังหารวัวทมิฬตัวหนึ่งได้แน่ ทว่าผลลัพธ์ที่สามารถบั่นคอพวกมันพร้อมกันในดาบเดียวนั้น กลับพิสูจน์ว่าเขาน่าจะประเมินพลังของตนเองต่ำเกินไป
หรือว่า… ข้าจะแข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ?
“หึ ๆ ดูเหมือนข้าจะให้ราคาสถานที่แห่งนี้สูงเกินไปเสียแล้ว” เมิ่งฝานพึมพำพลางหัวเราะในลำคอ
เดิมทีเขาสันนิษฐานว่าอสูรที่คอยอารักขาท้องพระโรงย่อมต้องเก่งกาจกว่าพญางูขาว แต่บัดนี้ภาพตรงหน้ากลับชี้ให้เห็นว่าเขาเข้าใจผิด หรือไม่พญางูตัวนั้นก็เป็นเพียง ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ที่หลงเข้ามาสร้างความวุ่นวายเท่านั้น เพราะตามหลักแล้ว ในถิ่นของอสูรจิ้งจอกและอสูรโค อสรพิษขาวไม่ควรจะปรากฏตัวขึ้นมาได้เลย
ก็จริงอยู่ หากที่นี่มีตัวตนที่ข้ามิอาจต่อกรได้ สำนักซู่ซันคงมิส่งศิษย์หัวกะทิจำนวนมากขนาดนี้มาทิ้งชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะหากมีอสูรที่แม้แต่เขายังเอาชนะไม่ได้ ศิษย์คนอื่นก็คงมิมีทางรอดพ้นจากการถูกกวาดล้างไปได้แม้แต่คนเดียว
เมิ่งฝานไม่ปล่อยให้ซากอสูรเสียเปล่า เขาวางฝ่ามือลงบนร่างของวัวทมิฬตัวแรกเพื่อเริ่มกระบวนการดูดซับพลังวิญญาณทันที