ส่วนหลิวเยียนผิงนั้นตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก นางรู้ดีว่าคำทัดทานใด ๆ ก็คงไร้ผล เพราะอำนาจการตัดสินใจเด็ดขาดอยู่ที่บุรุษตรงหน้าเสมอ
เมิ่งฝานยกมือซ้ายตบบ่าหลี่เสวี่ยโหรว และใช้มือขวาตบบ่าหลิวเยียนผิงเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างใจเย็น
“ศิษย์น้องเสวี่ยโหรว เจ้าช่วยยื้อวัวหน้าคนไว้สักสองตัว”
“ศิษย์น้องหลิว เจ้าคอยต้านทานวัวหน้าคนไว้สักตนหนึ่ง หากฆ่ามันได้ก็จงฆ่า หากมิได้ก็เพียงยื้อเวลาไว้รอข้าไปสมทบ!”
คำสั่งของเมิ่งฝานทำให้สองสาวอดที่จะใจสั่นมิได้ ความกังวลยังคงฉายชัดบนใบหน้า
“ศิษย์พี่ ท่านมั่นใจจริง ๆ หรือ?” หลี่เสวี่ยโหรวเอ่ยถามซ้ำด้วยความไม่แน่ใจ ส่วนหลิวเยียนผิงนั้นยิ่งหวาดหวั่นหนักกว่าเดิม ลำพังมนุษย์คนเดียวจะรับมือวัวหน้าคนถึงห้าตนพร้อมกันได้อย่างไร? แถมยังต้องเผด็จศึกให้รวดเร็วเพื่อกลับมาช่วยพวกนางอีก
“วางใจเถอะ แค่วัวหน้าคนห้าตัว ข้าเอาอยู่” เมิ่งฝานตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าหนักแน่น
“แต่ถ้าภายในกระท่อมมีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นซ่อนอยู่ แล้วมันพุ่งออกมาลอบโจมตีเราล่ะ?”
หลิวเยียนผิงยังคงไม่คลายกังวล สำหรับนางแล้ว ภารกิจนี้มันเกินกำลังไปมากจริง ๆ