หวังจิ่วหยวนยิ้มร่าพลางตอบอย่างไม่ถือตัว “แบบนั้นแหละที่ข้าต้องการ! ข้ามาที่นี่เพียงเพื่อเปิดหูเปิดตา ไม่ได้หวังลาภยศอันใด การได้ร่วมทางกับพวกท่านทำให้ข้ารู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยที่สุดแล้ว”
“ตามใจเจ้าเถอะ” เมิ่งฝานตอบรับสั้น ๆ
เขายังจำได้ดีว่าตอนที่พบกันครั้งแรก หวังจิ่วหยวนผู้นี้วางท่าทีเย็นชา สูงส่ง วางอำนาจบารมีผ่านสายตาโดยไม่ปริปากพูดแม้แต่น้อย ทว่าผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบห้านาที ภาพพจน์ผู้สูงศักดิ์ที่เจ้าตัวเพียรสร้างกลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี
รอยยิ้มประจบประแจงที่ปรากฏบนใบหน้าเขาในยามนี้ ไม่มีเค้าลางของความถือดีในอดีตหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว!
“ศิษย์พี่เมิ่ง กระบวนดาบที่ท่านใช้เมื่อครู่ ดูคล้ายกับ ‘เจตนาสังหารอสูร’ ใช่หรือไม่? เหตุใดอานุภาพของมันถึงได้รุนแรงและล้ำลึกถึงเพียงนี้?” หวังจิ่วหยวนนึกถึงภาพการสะบัดดาบปลิดชีพวัวหน้าคน จึงเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้อย่างยิ่ง