เมื่อเห็นหลิวเยียนผิงยังคงอาลัยอาวรณ์แก่นอสูรของวัวหน้าคน เมิ่งฝานจึงสะบัดมือโยนมันให้นางไปเสีย สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่า ‘หยก’ ที่ซ่อนอยู่ในท้องอสูรตนนั้น มีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าแก่นอสูรเม็ดนี้หลายเท่าตัวนัก
หลิวเยียนผิงรีบคว้าแก่นอสูรมาไว้ในมือ ใบหน้าฉายแววปลื้มปริติประหนึ่งได้รับลาภลอยก้อนใหญ่ ส่วนเมิ่งฝานแม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉย ทว่าในใจก็ลอบยิ้มด้วยความพึงพอใจไม่ต่างกันที่ได้ของล้ำค่ามาครอง
ส่วนใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายได้กำไรจริง ๆ คงต้องรอให้ท่านผู้เฒ่าหลินพิสูจน์หยกชิ้นนี้เสียก่อน
“ศิษย์พี่เมิ่ง ข้าขอร่วมเดินทางไปกับทีมของพวกท่านได้หรือไม่?” หวังจิ่วหยวน เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เขาประจักษ์แจ้งแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือ ‘เสาหลัก’ และผู้มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดของกลุ่มนี้!
เมิ่งฝานปรายตามองหวังจิ่วหยวนพลางยิ้มเย้า “เราต่างเป็นศิษย์ร่วมสำนัก หากเจ้าดึงดันจะตามมา ข้าคงไม่ใจร้ายถึงขั้นขับไล่ไสส่งหรอก แต่เจ้าต้องเตรียมใจไว้หน่อยนะ เพราะการติดตามพวกเรา เจ้าอาจจะไม่ได้อะไรติดมือกลับไปเลย… เพราะข้าคงไม่เหลือโอกาสให้เจ้าได้ออกโรงแน่”