เมื่อเห็นว่าหลี่เสวี่ยโหรวยังคงยืนกรานที่จะเพิกเฉย หวังจิ่วหยวนก็รู้สึกอับอายจนต้องปั้นหน้ายิ้มแห้ง ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
ทว่า หลิวเยียนผิง ผู้มีจิตใจอ่อนโยนกลับทนเห็นเขาเก้อเขินไม่ไหว จึงเอ่ยตอบไปว่า
“ศิษย์พี่หวังไม่เคยเห็นเขาก็ไม่แปลกหรอก เมิ่งฝานน่ะไม่ใช่ศิษย์แกนกลาง และก็ไม่ใช่ศิษย์ฝ่ายในด้วย เขามาจาก ‘หอศาสตรา’ น่ะ”
เมิ่งฝาน? ศิษย์แห่งหอศาสตราอย่างนั้นหรือ!
หวังจิ่วหยวนสลักชื่อนี้ไว้ลึกในความทรงจำ เขาสังหรณ์ใจอย่างรุนแรงว่า ในอนาคตอันใกล้ ชื่อของชายผู้นี้จะดังกระฉ่อนยิ่งกว่า ‘เหอฝางหยวน’ อัจฉริยะอันดับหนึ่งเสียด้วยซ้ำ!
ฐานะศิษย์แห่ง ‘หอศาสตรา’ สร้างแรงสั่นสะเทือนในใจของหวังจิ่วหยวนยิ่งกว่าเดิม เป็นที่รู้กันดีว่าในสำนักกระบี่ซู่ซัน หอศาสตราและหอคัมภีร์คือสองสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และสันโดษอย่างยิ่ง
ในขณะที่ตำหนักโอสถหรือตำหนักหลอมศัสตรานั้นเต็มไปด้วยศิษย์ดาษดื่น ดูธรรมดาสามัญและวุ่นวาย แต่หอศาสตราและหอคัมภีร์กลับปกคลุมไปด้วยม่านหมอกแห่งความลึกลับมาโดยตลอด!