ความลังเลผุดขึ้นในใจของสองหญิงสาว พวกนางชั่งใจระหว่างการเข้าแลกหรือการล่าถอย แต่ทว่าลึก ๆ ในใจกลับยึดถือเมิ่งฝานเป็นดั่งเสาหลัก เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงไม่ไหวติง พวกนางจึงเลือกที่จะยืนเคียงข้างเขาโดยไม่ขยับหนีไปไหน
เมิ่งฝานปรายตามองสีหน้าของคนข้างกาย เขาย่อมล่วงรู้ถึงความกังวลที่ฉายชัดในแววตาของพวกนางเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นความลังเลในดวงตาของสองสาว เมิ่งฝานกลับยกยิ้มที่มุมปากพลางเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยทว่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“เจ้าพวกนี้ล้วนเป็นแก่นอสูรชั้นเลิศ หากนำกลับไปย่อมแลกแต้มผลงานได้มหาศาล ยามปกติเราต้องพลิกแผ่นดินหา แต่นี่พวกมันกลับดาหน้ามาเสิร์ฟให้ถึงที่ แล้วจะมัวลังเลอันใดอยู่?”
เขากวาดสายตามองฝูงอสูรตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“หนีหรือ? สำหรับข้าคำนั้นไม่มีอยู่ในหัว สู้มัน!”
ในสายตาของเมิ่งฝาน อสูรกระทิงเหล่านั้นไม่ได้น่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย พวกมันเปรียบเสมือนแก่นอสูรที่เดินได้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พวกมันกลายเป็นซากศพไปตั้งแต่วินาทีที่เขาตัดสินใจลงมือแล้ว!